สลายพังผืดกดทับเส้นประสาทด้วย Balloon
“การเกิดพังผืดในช่องไขสันหลังเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทําให้เกิดอาการปวดหลัง โดยพังผืดจะไปกดทับหรือดึงรังเส้นประสาทส่งผลให้เกิดอาการปวดเรื้อรัง ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ป่วยมักจะเข้ารับการรักษาโดยการฉีดยา ในบางรายอาจถึงขั้นต้องรักษาด้วยการผ่าตัดใหญ่ ซึ่งต้องพักฟื้นนาน มีความเสี่ยงสูง อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัด และทำให้มีค่าใช้จ่ายที่สูงมากขึ้น”

Balloon Neuroplasty คืออะไร?

คือหัตถการรักษาอาการปวดหลังเรื้อรัง โดยแพทย์จะสอดอุปกรณ์ขนาดเล็กที่มี บอลลูน (Balloon) ที่ปลายสายเข้าไปในช่องโพรงไขสันหลังร่วมกับฉีดยาเพื่อสลายพังผืด เพื่อถ่างขยายส่วนที่ตีบแคบ ลดการกดทับและดึงรั้งของเส้นประสาท

ข้อดีของการรักษา

  • แผลเล็ก เจ็บน้อย: หัตถการนี้เป็นการรักษาแบบรุกล้ำน้อย ไม่ใช่การผ่าตัด เนื้อเยื่อบาดเจ็บน้อย เสียเลือดน้อย และไม่จําเป็นต้องดมยาสลบ 
  • ฟื้นตัวไว: ไม่ต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อพักฟื้น และสามารถกลับไปใช้ชีวิตแบบปกติได้ในวันถัดไป 
  • ลดการใช้ยา: ช่วยให้ผู้ป่วยลดการใช้ยาแก้ปวดต่อเนื่องในระยะยาว
  • ปลอดภัยสูง: ผู้ที่มีโรคแทรกซ้อนซึ่งไม่สามารถผ่าตัดได้ สามารถเข้ารับการรักษาด้วย Balloon Neuroplasty ได้

กลุ่มอาการและโรคที่เหมาะสมกับการรักษา

  • ช่องโพรงประสาทตีบแคบ (Spinal Canal Stenosis)
  • รูรากประสาทตีบแคบ (Lumbar Spinal Stenosis)
  • อาการปวดหลังเรื้อรังหลังการผ่าตัดกระดูกสันหลัง (Failed back surgery syndrome)

ขั้นตอนการรักษา

หัตถการนี้มีความปลอดภัยและแม่นยำสูง ใช้ระยะเวลาในการทำหัตถการประมาณ 45-60 นาที โดยมีขั้นตอนการรักษาดังนี้

  • ผู้ป่วยนอนคว่ำบนเตียงหัตถการ โดยผู้ป่วยจะได้รับยาชาเฉพาะที่ร่วมกับยาคลายกังวลโดย วิสัญญีแพทย์ เพื่อความสบายในระหว่างการรักษา
  • แพทย์สอดเข็มเพื่อฉีดสารทึบรังสี และใช้เครื่อง เอกซเรย์ฟลูออโรสโคป (fluoroscopic-guided) นำทางเพื่อยืนยันตำแหน่งเข็มได้อย่างแม่นยำแบบ Real-time
  • แพทย์สอดอุปกรณ์ขนาดเล็กที่มี บอลลูน (Balloon) ที่ปลายสายใส่ไปยังตําแหน่งที่โพรงประสาทตีบแคบ พร้อมทั้งทําการขยาย Balloon และฉีดยาเพื่อช่วยสลายพังผืด

ผลลัพธ์หลังการรักษา

จะเริ่มเห็นผลการรักษาหลังทําหัตถการ 2-4 สัปดาห์ และผลการรักษาจะอยู่ได้นานกว่า 6-12 เดือน  (ขึ้นอยู่กับการตอบสนองของแต่ละบุคคล) ปริมาณพังผืด ตําแหน่ง และขนาดของข้อมีผลต่อระยะเวลา และผลของการรักษา นอกจากนี้ยังช่วยลดปริมาณการใช้ยาแก้ปวดต่อเนื่องนานๆ ซึ่งมีผลดีต่อร่างกายในระยะยาว

การดูแลตนเองหลังทำหัตถการ

  • หลังทําหัตถการอาจรู้สึกเจ็บ ระบม หรือปวดในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก แนะนําให้ประคบเย็น 10-15 นาที ทุก 4 ชั่วโมงเพื่อลดอาการปวด 
  • หากมีอาการปวดสามารถรับประทานยาเพื่อลดปวดได้ตามคำแนะนำของแพทย์
  • หลังจากทําหัตถการสามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ 
  • หลีกเลี่ยงการขับรถใน 12-24 ชั่วโมงแรกหลังทําหัตถการ 
  • งดการว่ายน้ำ แช่ในน้ำอุ่นหรือร้อน เป็นเวลา 1 สัปดาห์
  • สามารถกลับไปทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติในวันถัดไป แต่ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ใช้แรงหรือการออกกำลังกายหนักชั่วคราวในช่วงสัปดาห์แรกเพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวอย่างสมบูรณ์

ข้อควรระวังและกลุ่มเสี่ยง

กลุ่มบุคคลต่อไปนี้ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มการรักษา:

  • ผู้ที่มีประวัติแพ้สารทึบแสง, ยาชาเฉพาะที่ หรือสเตียรอยด์
  • ผู้ที่อยู่ในระหว่างการตั้งครรภ์ และให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีภาวะเลือดออกง่าย หรือแข็งตัวช้า (รวมถึงผู้ที่ทานยาละลายลิ่มเลือด หรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด)
  • ผู้ที่มีภาวะติดเชื้อ (ทั่วร่างกายหรือที่บริเวณจุดฉีดยา) หรือมีไข้
  • ผู้ทีมีภาวะป่วยทางจิตใจรุนแรง

รักษาอาการปวดที่ Bangkok Interventional Clinic

เราให้ความสำคัญกับการรักษาเชิงลึก ที่ออกแบบให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
  • ประเมินและรักษาโดยแพทย์เฉพาะทางด้านการระงับปวด
  • หัตถการระงับปวดเฉพาะจุด เพื่อลดอาการได้อย่างรวดเร็ว
  • การให้ความรู้แก่ผู้ป่วย เพื่อร่วมวางแผนการดูแลตนเองอย่างยั่งยืน

เรามีเป้าหมายในการยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกท่านที่เข้ามารับบริการให้ดีที่สุด หากคุณกำลังเผชิญกับอาการปวดที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน การประเมินที่ถูกต้อง และการรักษาที่เหมาะสม คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง Bangkok Interventional Clinic  – คลินิกดูแลอาการปวดและเส้นประสาท โดยแพทย์เฉพาะทาง

หัตถการอื่นๆ

Bangkok Interventional Clinic

ขอบคุณที่ติดต่อเรา

ทีมงาน Bangkok Interventional Clinic
ได้รับข้อความของคุณเรียบร้อยแล้ว
และจะรีบติดต่อกลับโดยเร็วที่สุด

ปิดอัตโนมัติใน 5 วินาที