เจาะลึกการลดแรงดันภายในหมอนรองกระดูกด้วยเลเซอร์ (Percutaneous Laser Disc Decompression : PLDD) 

รูปภาพของ BIC PAIN Clinic

BIC PAIN Clinic

บทความโดย

อาการปวดหลังร้าวลงขา ชา หรืออ่อนแรงจากหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน เป็นปัญหาที่พบได้บ่อย และส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของหลายคน แม้ว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีอาการดีขึ้นจากการพักผ่อน การรับประทานยา หรือการทำกายภาพบำบัด แต่อีกส่วนหนึ่งอาจยังคงมีอาการปวดเรื้อรังหรือมีการกดทับเส้นประสาทจนรบกวนการใช้ชีวิต

ปัจจุบัน นอกจากการผ่าตัดแบบเปิดแล้ว ยังมีทางเลือกในการรักษาที่มีแผลเล็กและเนื้อเยื่อบาดเจ็บน้อยกว่า หนึ่งในนั้นคือ การลดแรงดันภายในหมอนรองกระดูกด้วยเลเซอร์ หรือ Percutaneous Laser Disc Decompression (PLDD) ในบทความนี้ แพทย์จาก Bangkok Interventional Clinic จะพาไปเจาะลึกว่าหัตถการนี้ทำงานอย่างไร? เหมาะกับใคร? และควรเตรียมตัวอย่างไรบ้าง? ใครที่สนใจทำหัตถการนี้อยู่ อ่านข้อมูลได้ที่บทความนี้เลย

การรักษาด้วย Percutaneous Laser Disc Decompression (PLDD) คืออะไร?

Percutaneous Laser Disc Decompression (PLDD) คือ การรักษาหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนโดยใช้พลังงานเลเซอร์ เพื่อลดปริมาตรของหมอนรองกระดูกที่โป่ง หรือเคลื่อนออกมา ทำให้แรงกดทับต่อเส้นประสาทลดลง ส่งผลให้อาการปวด ชา หรืออาการร้าวลงขาดีขึ้น

PLDD เป็นหัตถการที่ทำผ่านเข็มขนาดเล็กภายใต้การฉีดยาชาเฉพาะที่ จึงไม่จำเป็นต้องดมยาสลบ ไม่มีแผลผ่าตัดขนาดใหญ่ และรบกวนเนื้อเยื่อโดยรอบน้อยกว่าการผ่าตัดแบบเปิด ผู้เข้ารับการรักษาส่วนใหญ่สามารถกลับบ้านได้ในวันเดียวกัน และใช้เวลาพักฟื้นไม่นาน

ผู้ที่เหมาะกับการรักษาหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนด้วย PLDD

PLDD ไม่ใช่ทางเลือกแรกสำหรับทุกคนที่ปวดหลัง แต่เหมาะกับกลุ่มที่ลองวิธีทั่วไปมาแล้ว หรือกำลังมองหาทางเลือกที่ไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ โดยทั่วไปมักเป็นผู้ที่มีลักษณะดังนี้

  • ผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่า เป็นโรคหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน
  • ผู้ที่มีอาการปวดหลังส่วนล่างเรื้อรัง หรือปวดร้าวลงขาจากหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน
  • ผู้ที่กำลังพิจารณาการผ่าตัดหมอนรองกระดูกสันหลัง แต่ต้องการทางเลือกที่ไม่ต้องผ่าตัดแบบเปิด
  • ผู้ที่เคยผ่าตัดหมอนรองกระดูกสันหลังมาแล้ว แต่อาการยังไม่ดีขึ้น หรือมีอาการกลับมาเป็นซ้ำ
  • ผู้ที่มีความกังวล หรือไม่ต้องการเข้ารับการผ่าตัดใหญ่
  • ผู้ที่ไม่ต้องการนอนโรงพยาบาลเป็นเวลานาน
  • ผู้ที่ต้องการการรักษาที่บุกรุกต่อร่างกายน้อย แผลเล็ก และใช้เวลาพักฟื้นระยะสั้น

ผู้ที่ไม่เหมาะกับการรักษาหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนด้วย PLDD

ในทางกลับกัน ก็มีบางภาวะที่แพทย์ต้องพิจารณาเป็นพิเศษก่อนเลือกใช้ PLDD เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยง หรือทำให้ผลการรักษาไม่ได้ตามเป้าหมาย กลุ่มที่ควรระมัดระวังหรืออาจไม่เหมาะกับวิธีนี้ ได้แก่

  • ผู้ที่มีหมอนรองกระดูกแตกออกหรือเคลื่อนหลุด (Sequestered / Extruded disc)
  • ผู้ที่มีภาวะกระดูกสันหลังไม่มั่นคงหรือผิดรูป เช่น ภาวะกระดูกสันหลังเคลื่อนทับกัน (Spondylolisthesis) ระดับรุนแรง หรือภาวะกระดูกสันหลังคดผิดรูป (Scoliosis)
  • ผู้ที่มีภาวะโพรงไขสันหลังตีบแคบรุนแรง (Significant spinal stenosis)
  • ผู้ที่มีหมอนรองกระดูกยุบตัวมาก (ความสูงลดลงมากกว่า 50%)
  • ผู้ที่มีการติดเชื้อในร่างกาย หรือมีการติดเชื้อบริเวณกระดูกสันหลัง
  • ผู้ที่มีภาวะเลือดออกง่าย หรือมีความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด
  • ผู้ที่มีเครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker) หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าฝังในร่างกายบางชนิด
  • สตรีมีครรภ์
  • ผู้ที่มีความผิดปกติทางระบบประสาทรุนแรงหรือดำเนินโรคเร็ว เช่น กล้ามเนื้ออ่อนแรงมากขึ้น หรือกลุ่มอาการเส้นประสาทหางม้าถูกกดทับ (Cauda Equina Syndrome)

มีภาวะเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าจะรักษาด้วย PLDD ไม่ได้เสมอไป แพทย์จะพิจารณาความเหมาะสม และประเมินความเสี่ยงเป็นรายบุคคล เพื่อให้มั่นใจว่าการรักษาจะปลอดภัยและเหมาะกับร่างกายแต่ละคนจริง ๆ และเมื่อแพทย์ประเมินแล้วว่าเหมาะสม ขั้นตอนต่อไปคือการเข้ารับการรักษาจริง ซึ่งทำแบบผู้ป่วยนอก และไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด

ขั้นตอนการรักษาหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนด้วย PLDD

ขั้นตอนการรักษาหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนด้วย PLDD
#image_title

การลดแรงดันภายในหมอนรองกระดูกด้วยเลเซอร์ (PLDD) เป็นหัตถการที่ทำแบบผู้ป่วยนอก ใช้เวลาประมาณ 60–90 นาทีตามตำแหน่งที่รักษา โดยมีลำดับขั้นตอนดังนี้

  1. ผู้เข้ารับการรักษาจะได้รับยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันการติดเชื้อ จากนั้นจัดท่านอนคว่ำบนเตียงทำหัตถการ โดยแพทย์จะฉีดยาชาบริเวณที่จะสอดเข็ม ในบางกรณีอาจมีวิสัญญีแพทย์ร่วมให้ยาคลายกังวลเพื่อเพิ่มความสบายระหว่างทำหัตถการด้วย
  2. แพทย์จะสอดเข็มขนาดเล็กผ่านผิวหนังเข้าสู่บริเวณกึ่งกลางของหมอนรองกระดูกที่มีปัญหา ภายใต้เครื่องเอกซเรย์ฟลูออโรสโคป (fluoroscopic-guided) นำทางแบบเรียลไทม์ เพื่อยืนยันตำแหน่งของเข็มอย่างแม่นยำ ลดความเสี่ยงตลอดกระบวนการ
  3. เมื่อเข็มอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องแล้ว แพทย์จะสอดเส้นใยนำแสงเลเซอร์ขนาดเล็กผ่านเข็มเข้าไปในหมอนรองกระดูก จากนั้นปล่อยพลังงานเลเซอร์เพื่อระเหยน้ำส่วนหนึ่งภายในแกนหมอนรองกระดูก (Nucleus Pulposus) ทำให้ปริมาตรของหมอนรองกระดูกลดลง ส่งผลให้แรงดันภายในลดลง ส่วนที่โป่ง หรือเคลื่อนออกมากดทับรากประสาทจะค่อย ๆ ยุบตัว และถอยกลับเข้าสู่ตำแหน่งปกติมากขึ้น ช่วยลดการกดทับเส้นประสาท ทำให้อาการปวด อาการชา หรืออาการปวดร้าวลงขาทุเลาลงตามลำดับ

การดูแลตนเองหลังทำหัตถการ

หลังจากรักษารักษาหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนด้วย PLDD แล้ว ผู้เข้ารับการรักษาสามารถกลับบ้านได้ในวันเดียวกัน โดยแพทย์จะแนะนำให้ค่อย ๆ กลับไปทำกิจกรรมต่าง ๆ ตามความสามารถ และความเหมาะสมของร่างกาย

การดูแลช่วง 24–48 ชั่วโมงแรกหลังการรักษา

  • ควรพักผ่อนบนเตียงในช่วง 24 ชั่วโมงแรก เพื่อให้หมอนรองกระดูกที่ได้รับการรักษามีเวลาปรับตัวและเกิดความมั่นคง
  • หลังยาชาหมดฤทธิ์อาจมีอาการปวดระบมรอยเข็ม สามารถประคบเย็นได้ภายใน 24–48 ชั่วโมง หรือรับประทานยาลดปวดตามคำแนะนำของแพทย์
  • ดูแลบริเวณแผลให้แห้ง และปิดด้วยผ้าปิดแผลปลอดเชื้ออย่างน้อย 24 ชั่วโมง หลีกเลี่ยงการแช่น้ำ อ่างอาบน้ำ สระว่ายน้ำ หรืออ่างน้ำร้อน จนกว่าแผลจะหายดี

การดูแลช่วง 2–4 สัปดาห์แรกหลังการรักษา

  • สามารถเริ่มเดินได้ภายใน 24 ชั่วโมงหลังทำ โดยเริ่มจากระยะเวลาสั้น ๆ เช่น ครั้งละ 5–10 นาที วันละหลายครั้ง เพื่อช่วยลดอาการตึง และกระตุ้นการไหลเวียนเลือด แต่ควรหลีกเลี่ยงการเดินขึ้นทางลาดชัน
  • ไม่ควรนั่งหรือยืนติดต่อกันเกิน 60 นาที ควรเปลี่ยนอิริยาบถหรือลุกเดินเป็นระยะ
  • หลีกเลี่ยงการยกของหนักเกิน 2–3 กิโลกรัม (ประมาณ 5 ปอนด์) รวมถึงหลีกเลี่ยงการก้มตัวหรือบิดหมุนกระดูกสันหลังมากเกินไปในช่วง 4 สัปดาห์แรก
  • งดขับรถในช่วง 2 สัปดาห์แรก หรือจนกว่าแพทย์จะอนุญาต และเมื่อไม่ได้ใช้ยาแก้ปวดชนิดที่อาจมีผลต่อการขับขี่
  • แนะนำให้สวมอุปกรณ์พยุงเอวหรือเสื้อพยุงหลังในช่วง 2–4 สัปดาห์แรก เพื่อช่วยลดแรงกดต่อหมอนรองกระดูกและส่งเสริมการฟื้นตัว

การดูแลในระยะยาว (สัปดาห์ที่ 4 เป็นต้นไป)

  • ควรหลีกเลี่ยงกีฬาที่มีแรงกระแทกสูง การวิ่ง หรือการออกกำลังกายหนัก อย่างน้อย 6 สัปดาห์หลังทำหัตถการ
  • แพทย์อาจแนะนำให้เริ่มทำกายภาพบำบัดและการฟื้นฟูตั้งแต่สัปดาห์ที่ 3–4 เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวและกล้ามเนื้อหลัง ซึ่งมีส่วนช่วยลดโอกาสการกลับเป็นซ้ำของอาการปวด

ผลลัพธ์หลังการรักษาหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนด้วย PLDD

ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักเริ่มมีอาการปวดดีขึ้นตั้งแต่ 2 สัปดาห์หลังการรักษาเป็นต้นไป และจากผลการศึกษาพบว่า ผลลัพธ์หลังจากการรักษาสามารถคงอยู่ได้นาน 1-3 ปี โดยผู้ป่วยบางรายมีอาการดีขึ้นอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่านั้น ซึ่งช่วยลดอาการปวด เพิ่มความสามารถในการใช้ชีวิตประจำวัน และลดความจำเป็นในการรักษาเพิ่มเติมในอนาคต 

ความเสี่ยง หรือภาวะแทรกซ้อนที่อาจพบได้

หลังการทำหัตถการ PLDD ผลข้างเคียงโดยทั่วไปมักมีอาการเล็กน้อยและเป็นชั่วคราว อาการที่พบบ่อย ได้แก่ 

  • อาการเจ็บบริเวณตำแหน่งที่เข็มสอดเข้าไป
  • อาการปวดหลังที่เกิดขึ้นชั่วคราว
  • อาการชาหรือเสียวซ่า
  • อาการตึง หรือเกร็งของกล้ามเนื้อต้นขาหรือขา 

ซึ่งมักจะค่อย ๆ หายไปภายในไม่กี่วันถึงประมาณ 1 เดือน อย่างไรก็ตาม หากอาการไม่ดีขึ้น อาการปวดแย่ลง หรือมีอาการข้างเคียงอื่น ๆ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้ทำการรักษา เพื่อตรวจหาสาเหตุ และเข้ารับการรักษาอย่างเหมาะสม

รักษาอาการปวดหลังจากหมอนรองกระดูกที่ Bangkok Interventional Clinic

รักษาอาการปวดหลังจากหมอนรองกระดูกที่ Bangkok Interventional Clinic
#image_title

หากอาการปวดหลังร้าวลงขาเริ่มเป็นเรื่องที่คุณลองแก้เองมาหลายทางแล้วแต่ยังไม่ดีขึ้น หรือกำลังลังเลว่าจะต้องผ่าตัดใหญ่หรือไม่ ให้ Bangkok Interventional Clinic (BIC) ช่วยประเมินให้

คลินิกของเรานำโดย รศ.นพ.มาร์วิน เทพโสพรรณ และทีมแพทย์จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ให้ความสำคัญกับการรักษาเชิงลึกที่ออกแบบมาให้เหมาะกับร่างกายของแต่ละคน

  • ประเมินและรักษาโดยแพทย์เฉพาะทางด้านการระงับปวด
  • ใช้หัตถการระงับปวดเฉพาะจุดเพื่อลดอาการได้รวดเร็ว
  • ให้คำแนะนำแก่ผู้เข้ารับการรักษาเพื่อร่วมวางแผนการดูแลตนเองอย่างยั่งยืน

สำหรับโปรแกรม PLDD ที่ Bangkok Interventional Clinic มีอัตราค่ารักษาพยาบาล … บาท หากสนใจสามารถนัดหมายเข้ามาให้แพทย์ประเมิน หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 093-392-3992 หรือ Line OA: @bicpain เจ้าหน้าที่คลินิกของเราพร้อมให้คำแนะนำอย่างดีที่สุด

หมายเหตุ : ผลการรักษาขึ้นอยู่กับการตอบสนองของผู้ป่วยแต่ละราย และควรได้รับการประเมินโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนเข้ารับการรักษา

สรุปบทความ

อาการปวดหลังร้าวลงขา ชา หรืออ่อนแรงจากหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนที่ไม่ดีขึ้นด้วยการพักผ่อน กินยา หรือทำกายภาพบำบัด อาจต้องพิจารณาทางเลือกที่เจาะจงกว่านั้น PLDD คือหัตถการแผลเล็กแบบผู้ป่วยนอกที่ใช้พลังงานเลเซอร์ลดปริมาตรหมอนรองกระดูกที่กดทับเส้นประสาท ช่วยลดอาการโดยไม่ต้องผ่าตัดเปิดใหญ่ ใช้เวลาทำหัตถการประมาณ 60–90 นาที ผู้ป่วยส่วนใหญ่เริ่มดีขึ้นตั้งแต่ 2 สัปดาห์เป็นต้นไป และมีผลข้างเคียงส่วนใหญ่เป็นเพียงอาการเล็กน้อยชั่วคราว อย่างไรก็ตาม PLDD ไม่เหมาะกับผู้ป่วยทุกราย โดยเฉพาะผู้ที่มีหมอนรองกระดูกแตกหลุดหรือกระดูกสันหลังไม่มั่นคง จึงควรได้รับการประเมินจากแพทย์เฉพาะทางก่อนตัดสินใจเข้ารับการรักษาเสมอ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการรักษาหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนด้วย PLDD

PLDD คืออะไร?

PLDD หรือการลดแรงดันภายในหมอนรองกระดูกด้วยเลเซอร์ เป็นหัตถการแผลเล็กที่ใช้พลังงานเลเซอร์ลดปริมาตรของหมอนรองกระดูกที่โป่ง หรือเคลื่อนออกมา ทำให้แรงกดทับเส้นประสาทลดลง ทำผ่านเข็มขนาดเล็กภายใต้ยาชาเฉพาะที่ ไม่ต้องดมยาสลบ ใช้เวลาประมาณ 60–90 นาที

ใครเหมาะสำหรับการรักษาด้วย PLDD?

ผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน มีอาการปวดหลังหรือปวดร้าวลงขา และต้องการทางเลือกที่ไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ แต่ต้องไม่มีภาวะที่เป็นข้อห้าม เช่น หมอนรองกระดูกแตกหลุด หรือกระดูกสันหลังไม่มั่นคง

หลังทำ PLDD แล้ว อาการจะดีขึ้นเมื่อไร?

ผู้ป่วยส่วนใหญ่เริ่มมีอาการปวดดีขึ้นตั้งแต่ 2 สัปดาห์หลังการรักษาเป็นต้นไป 

PLDD ปลอดภัยหรือไม่?

PLDD มีผลข้างเคียงส่วนใหญ่เป็นอาการเล็กน้อยและชั่วคราว เช่น เจ็บบริเวณที่ทำหัตถการ ปวดหลังชั่วคราว หรือชาเสียวซ่า ซึ่งมักหายไปเองภายในไม่กี่วันถึงประมาณ 1 เดือน แพทย์ที่ Bangkok Interventional Clinic จะประเมินความเหมาะสมและอธิบายความเสี่ยงก่อนตัดสินใจทุกครั้ง

แชร์บทความนี้

บทความแนะนำ

Bangkok Interventional Clinic

ขอบคุณที่ติดต่อเรา

ทีมงาน Bangkok Interventional Clinic
ได้รับข้อความของคุณเรียบร้อยแล้ว
และจะรีบติดต่อกลับโดยเร็วที่สุด

ปิดอัตโนมัติใน 5 วินาที