อาการปวดจากข้อเสื่อม ปัญหาที่ไม่ควรมองข้าม

รูปภาพของ BIC PAIN Clinic

BIC PAIN Clinic

บทความโดย

โรคข้อเสื่อม คือโรคที่เกิดจากกระดูกอ่อนผิวข้อค่อย ๆ เสื่อมสลาย ทำให้เกิดอาการปวด บวม และมีปัญหาในการใช้งานข้อต่อ ซึ่งโรคข้อเสื่อม เป็นหนึ่งในโรคข้ออักเสบที่พบบ่อยที่สุด โรคข้อเสื่อมสามารถเกิดขึ้นได้กับข้อต่อทุกส่วนของร่างกาย แต่พบได้บ่อยในข้อเข่า ข้อสะโพก หลังส่วนล่างและคอ รวมถึงข้อต่อเล็ก ๆ ของนิ้วมือ โรคนี้เป็นโรคเรื้อรัง (ระยะยาว) และในปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด

 

สาเหตุของโรคข้อเสื่อม

  • อายุ โรคข้อเสื่อมพบได้สูงมากในวัยชรา
  • อุบัติเหตุ ข้ออาจเสื่อมได้เมื่อได้รับบาดเจ็บจากการเกิดอุบัติเหตุ
  • ข้ออักเสบ 
  • การขาดเลือดไปเลี้ยงกระดูกส่วนที่อยู่ใต้ผิวกระดูกอ่อน
  • การใช้งานที่เกิดแรงกดให้กับข้อเป็นเวลานาน ทำให้ข้อสึกกร่อนเร็วขึ้น เช่น การนั่งยอง การพับเพียบ หรือผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก

 

อาการของโรคข้อเสื่อม

  • มีอาการปวด ปวดเมื่อย หรือกดเจ็บ ในหรือรอบ ๆ ข้อต่อ ซึ่งอาจเป็น ๆ หาย ๆ และมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นตามเวลา และมักจะปวดภายหลังจากที่มีการใช้ข้อมากกว่าปกติ
  • ข้อฝืดตึง ทำให้เคลื่อนไหวข้อต่อได้ยาก มักมีอาการเกิดขึ้นหลังพักข้อเป็นเวลานาน ในบางรายอาจมีเสียงคลิกหรือเสียงดังกรอบแกรบขณะข้อต่อเคลื่อนไหว
  • มีอาการบวมรอบข้อต่อ เนื่องจากมีการผลิตน้ำในข้อมากกว่าปกติ จากการอักเสบที่เกิดขึ้นในข้อ
  • มีการสูญเสียการเคลื่อนไหวและการทำงานของข้อ พิสัยการขยับของข้อลดลง หรือมีการติดแข็งจนทำให้ไม่สามารถเหยียดงอข้อได้เต็มที่ตามเดิม

 

แนวทางการรักษาโรคข้อเสื่อม  

ในการรักษาขั้นต้นแพทย์มักแนะนำให้ใช้ยาแก้ปวดร่วมกับกายภาพบำบัดและปรับพฤติกรรม/ลดน้ำหนัก แต่ในผู้ป่วยบางรายที่มีอาการโรคข้อเสื่อมระดับปานกลางถึงรุนแรงที่ยังคงมีอาการปวด แม้ได้รับการรักษาแบบอนุรักษ์อย่างเหมาะสมแล้ว สามารถพิจารณาใช้หัตถการระงับปวดร่วมด้วยได้ ได้แก่

  • การฉีดยาเข้าข้อ ประกอบด้วยการฉีดยาชาเฉพาะที่ร่วมกับ หรือไม่ร่วมกับยาสเตียรอยด์ กรดไฮยาลูโรนิก หรือพลาสมาเกล็ดเลือดเข้มข้น การเลือกชนิดของสารที่ใช้ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ ระยะของโรคข้อเสื่อม และดุลยพินิจทางคลินิกของแพทย์
  • การบล็อกเส้นประสาทแขนงที่เลี้ยงข้อ เป็นการฉีดยาชาเพื่อทดสอบว่าสาเหตุของอาการปวดมาจากข้อดังกล่าวหรือไม่ หากผู้ป่วยตอบสนองต่อการบล็อกเส้นประสาทได้ดี อาจพิจารณาทำการจี้ทำลายเส้นประสาทด้วยความร้อน ซึ่งสามารถช่วยบรรเทาอาการปวดได้นานประมาณ 6 – 12 เดือน

 

การป้องกันโรคข้อเสื่อม

  • รักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม น้ำหนักตัวที่มากเกินไปจะเพิ่มแรงกดต่อข้อต่อ โดยเฉพาะข้อสะโพก เข่า ข้อเท้า และเท้า
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ การออกกำลังกายเป็นวิธีที่ดีในการป้องกันปัญหาข้อต่อ ช่วยป้องกันไม่ให้ข้อฝืดตึง รักษาความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ
  • ป้องกันการบาดเจ็บของข้อต่อ การบาดเจ็บของข้อต่อจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคข้อเสื่อม

อ้างอิง

  • Arthritis Foundation. (2025). Osteoarthritis fact sheet. Retrieved from https://www.arthritis.org/getmedia/427daf6e-1718-4063-be07-f29396f1dc4e/oa-fact-sheet.pdf
  • เพิ่มพูน, พ. (2557). คู่มือการพยาบาล ผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อม ที่ได้รับการรักษาด้วยการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม. ฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลศิริราช, คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล. สืบค้นจาก https://www2.si.mahidol.ac.th/division/nursing/sins/attachments/article/213/Osteoarthritis.pdf
  • University of Rochester Medical Center. (2026). How to help prevent osteoarthritis. Retrieved February 3, 2026, from https://www.urmc.rochester.edu/encyclopedia/content?contenttypeid=1&contentid=1411

แชร์บทความนี้

บทความแนะนำ

Bangkok Interventional Clinic

ขอบคุณที่ติดต่อเรา

ทีมงาน Bangkok Interventional Clinic
ได้รับข้อความของคุณเรียบร้อยแล้ว
และจะรีบติดต่อกลับโดยเร็วที่สุด

ปิดอัตโนมัติใน 5 วินาที