ปลายประสาทอักเสบคืออะไร? ส่องสาเหตุ อาการปวดเส้นประสาท และแนวทางการรักษาที่ต้นเหตุ

รูปภาพของ BIC PAIN Clinic

BIC PAIN Clinic

บทความโดย

อาการชาปลายมือปลายเท้า รู้สึกเหมือนถูกเข็มทิ่ม แสบร้อนตามผิวหนังโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือบางครั้งรู้สึกอ่อนแรงจนทำกิจวัตรประจำวันลำบาก อาการเหล่านี้อาจดูเหมือนเรื่องเล็กน้อยที่หลายคนปล่อยผ่าน หรือพยายามนวดคลายเองที่บ้าน แต่ในความเป็นจริงอาจเป็นสัญญาณของ “ปลายประสาทอักเสบ” ภาวะที่เส้นประสาทส่วนปลายได้รับความเสียหาย และหากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกต้องก็อาจลุกลามจนกระทบต่อการใช้ชีวิตในระยะยาว

ในบทความนี้ Bangkok Interventional Clinic (BIC) จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจตั้งแต่สาเหตุ อาการปวดเส้นประสาทที่พบบ่อย วิธีตรวจวินิจฉัย ไปจนถึงแนวทางการรักษาเส้นประสาทอักเสบที่ต้นเหตุ

โรคปลายประสาทอักเสบคืออะไร? ทำความเข้าใจระบบประสาทส่วนปลาย

ปลายประสาทอักเสบ (Peripheral Neuropathy) คือ ภาวะที่เส้นประสาทส่วนปลาย ซึ่งเป็นเครือข่ายเส้นประสาทที่อยู่นอกสมองและไขสันหลัง เกิดความเสียหาย หรือทำงานผิดปกติ เส้นประสาทส่วนปลายทำหน้าที่เป็นเสมือนสายสัญญาณที่เชื่อมต่อระบบประสาทส่วนกลางเข้ากับกล้ามเนื้อ ผิวหนัง และอวัยวะภายในทั่วร่างกาย เมื่อเส้นประสาทเหล่านี้ได้รับความเสียหาย การส่งสัญญาณจึงคลาดเคลื่อนไป ทำให้เกิดอาการชา ปวดแสบปวดร้อน หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรงตามมา โดยอาจเกิดกับเส้นประสาทเพียงเส้นเดียว หลายเส้นพร้อมกัน หรือกระจายเป็นกลุ่มก็ได้ ขึ้นอยู่กับสาเหตุ และตำแหน่งที่ได้รับผลกระทบ

ประเภทและหน้าที่ของเส้นประสาทส่วนปลาย

เส้นประสาทส่วนปลายแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่มหลักตามหน้าที่การทำงาน ซึ่งการทำความเข้าใจกลุ่มเหล่านี้จะช่วยให้เห็นภาพว่า เหตุใดอาการของโรคปลายประสาทอักเสบจึงมีความหลากหลาย

  1. เส้นประสาทรับความรู้สึก (Sensory Nerves) เชื่อมต่อกับผิวหนัง ทำหน้าที่รับรู้อุณหภูมิ ความเจ็บปวด แรงสั่นสะเทือน และการสัมผัส
  2. เส้นประสาทสั่งการ (Motor Nerves) เชื่อมต่อกับกล้ามเนื้อ ควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกาย
  3. เส้นประสาทอัตโนมัติ (Autonomic Nerves) เชื่อมต่อกับอวัยวะภายใน ควบคุมการทำงานที่อยู่นอกเหนือการบังคับ เช่น ความดันโลหิต การขับเหงื่อ อัตราการเต้นของหัวใจ และระบบย่อยอาหาร

เมื่อเส้นประสาทกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือหลายกลุ่มได้รับความเสียหายพร้อมกัน อาการที่แสดงออกจึงแตกต่างกันไปตามหน้าที่ของเส้นประสาทกลุ่มนั้น

อาการเส้นประสาทอักเสบที่พบบ่อย และสัญญาณเตือนที่ไม่ควรละเลย

อาการเส้นประสาทอักเสบมักเริ่มต้นแบบค่อยเป็นค่อยไป และหลายคนอาจไม่ทันสังเกตในช่วงแรก เนื่องจากอาการเริ่มต้นมักไม่รุนแรงและคล้ายกับความเมื่อยล้าทั่วไป

ลักษณะอาการปวดเส้นประสาท และความผิดปกติทางความรู้สึก

อาการที่เกี่ยวข้องกับเส้นประสาทรับความรู้สึก มักเริ่มที่ปลายมือและปลายเท้าก่อน แล้วค่อย ๆ ลามเข้าหาส่วนกลางของร่างกาย ลักษณะที่พบบ่อย ได้แก่

  • รู้สึกชา เหน็บ หรือเสียวแปลบที่ปลายนิ้วมือปลายนิ้วเท้า
  • ปวดแสบปวดร้อน หรือรู้สึกเหมือนถูกของมีคมทิ่มแทง
  • ไวต่อการสัมผัสมากผิดปกติ แม้เป็นการสัมผัสเบาๆ อย่างผ้าห่ม
  • รู้สึกเหมือนสวมถุงมือหรือถุงเท้าอยู่ตลอดเวลาทั้งที่ไม่ได้สวม

อาการแสดงทางระบบสั่งการและระบบอัตโนมัติ

หากเส้นประสาทสั่งการหรือเส้นประสาทอัตโนมัติได้รับผลกระทบร่วมด้วย อาการอาจขยายวงกว้างขึ้นและกระทบการใช้ชีวิตประจำวันมากขึ้น เช่น

  • กล้ามเนื้ออ่อนแรง หยิบจับสิ่งของไม่ถนัด หรือเดินสะดุดง่าย
  • เสียการทรงตัว หกล้มบ่อยขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • เหงื่อออกมากผิดปกติ หรือร่างกายไม่สามารถขับเหงื่อได้ตามปกติ
  • ความดันโลหิตแปรปรวน ทำให้เวียนศีรษะหรือหน้ามืดเมื่อเปลี่ยนท่าทางกะทันหัน
  • ระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่ายทำงานผิดปกติ เช่น ท้องผูก ท้องเสียสลับกัน หรือปัสสาวะลำบาก

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของโรคปลายประสาทอักเสบ

สาเหตุโรคปลายประสาทอักเสบ

โรคปลายประสาทอักเสบไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียว แต่เป็นผลรวมของหลายปัจจัยที่ทำให้เส้นประสาทเสียหาย ตั้งแต่โรคประจำตัว การติดเชื้อ ไปจนถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิต

โรคประจำตัวและภาวะผิดปกติในร่างกาย

  • โรคเบาหวาน เป็นสาเหตุที่พบบ่อยเป็นอันดับต้นๆ เนื่องจากระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงต่อเนื่องทำให้หลอดเลือดขนาดเล็กที่ไปเลี้ยงเส้นประสาทเสื่อมสภาพ
  • โรคภูมิต้านตนเอง เช่น โรคข้อรูมาตอยด์ โรคลูปัส กลุ่มอาการกิลแลง-บาร์เร และเส้นประสาทอักเสบเรื้อรังจากภูมิคุ้มกัน
  • การติดเชื้อ ทั้งไวรัสและแบคทีเรียบางชนิด เช่น โรคงูสวัด การติดเชื้อไวรัสเอชไอวี และโรคไลม์
  • ความผิดปกติของไขกระดูกและมะเร็งบางชนิด ที่กดทับหรือแทรกซึมเข้าไปในเส้นประสาท
  • โรคไต โรคตับ และภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานน้อย ซึ่งส่งผลต่อสมดุลสารเคมีที่จำเป็นต่อเส้นประสาท
  • ภาวะขาดวิตามิน โดยเฉพาะวิตามินบี 1 บี 6 บี 12 และวิตามินอี ซึ่งจำเป็นต่อการทำงานของเยื่อหุ้มเส้นประสาท
  • พันธุกรรม เช่น โรค Charcot Marie Tooth (CMT) ที่ถ่ายทอดในครอบครัว

ปัจจัยด้านพฤติกรรมและวิถีชีวิตยุคดิจิทัล

นอกจากโรคประจำตัวแล้ว พฤติกรรมในชีวิตประจำวันก็มีส่วนเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดปลายประสาทอักเสบได้เช่นกัน โดยเฉพาะในกลุ่มคนวัยทำงานที่ใช้เวลากับสมาร์ตโฟน และคอมพิวเตอร์วันละหลายชั่วโมง

  • การนั่งท่าเดิมนาน ๆ หรือใช้ข้อมือจับเมาส์ซ้ำ ๆ ทำให้เส้นประสาทบริเวณข้อมือถูกกดทับสะสม
  • การดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ ซึ่งรบกวนการดูดซึมวิตามินและส่งผลโดยตรงต่อเส้นประสาท
  • การสัมผัสสารพิษ เช่น สารตะกั่วหรือปรอทจากสิ่งแวดล้อมการทำงาน
  • ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด โดยเฉพาะยาเคมีบำบัด
  • ภาวะบาดเจ็บ จากอุบัติเหตุ การเล่นกีฬา หรือแรงกดทับจากการเข้าเฝือกและใช้ไม้ค้ำยันเป็นเวลานาน
  • หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการปวดเส้นประสาทลงขา หรือแขนได้ พบบ่อยในกลุ่มวัยทำงาน และผู้สูงอายุ

การตรวจวินิจฉัยโรคปลายประสาทอักเสบทางการแพทย์

การวินิจฉัยที่แม่นยำเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการวางแผนรักษาเส้นประสาทอักเสบที่ต้นเหตุ เนื่องจากสาเหตุของโรคมีความหลากหลาย แพทย์จึงต้องอาศัยการประเมินหลายขั้นตอนร่วมกัน

การประเมินทางคลินิกโดยแพทย์เฉพาะทาง

แพทย์จะเริ่มจากการซักประวัติอย่างละเอียด ทั้งอาการที่เป็น โรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ และประวัติการสัมผัสสารพิษหรืออุบัติเหตุ จากนั้นจะตรวจร่างกายเพื่อประเมินกำลังกล้ามเนื้อ ปฏิกิริยาตอบสนอง และความสามารถในการรับความรู้สึกบริเวณที่มีอาการ เพื่อประเมินเบื้องต้นว่าเส้นประสาทกลุ่มใดได้รับผลกระทบ

การตรวจพิเศษทางห้องปฏิบัติการและรังสีวิทยา

เมื่อประเมินทางคลินิกแล้ว แพทย์อาจส่งตรวจเพิ่มเติมเพื่อยืนยันตำแหน่งและความรุนแรงของความเสียหาย ได้แก่

  • การตรวจเลือดเพื่อหาสาเหตุที่เกี่ยวข้อง เช่น ระดับน้ำตาล การทำงานของไต ตับ ต่อมไทรอยด์ และระดับวิตามิน
  • การตรวจการนำกระแสไฟฟ้าของเส้นประสาท (Nerve Conduction Study) เพื่อวัดความเร็วและความแข็งแรงของสัญญาณไฟฟ้าที่ส่งผ่านเส้นประสาท
  • การตรวจคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อ (Electromyography หรือ EMG) เพื่อประเมินการทำงานร่วมกันระหว่างเส้นประสาทและกล้ามเนื้อ
  • การตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) หรือ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT-Scan) เพื่อดูโครงสร้างเส้นประสาทและตรวจหาภาวะกดทับ เช่น หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท

แนวทางการรักษาเส้นประสาทอักเสบเพื่อฟื้นฟูร่างกาย

วิธีรักษาเส้นประสาทอักเสบ

เป้าหมายหลักของการรักษาปลายประสาทอักเสบคือการควบคุมและแก้ไขสาเหตุที่แท้จริง ควบคู่ไปกับการบรรเทาอาการปวดเส้นประสาทให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ โดยแนวทางการรักษาจะแตกต่างกันไปตามความรุนแรงและสาเหตุของแต่ละบุคคล

การรักษาด้วยวิธีทั่วไปและการปรับพฤติกรรม

ในผู้ป่วยที่อาการยังไม่รุนแรง แพทย์มักเริ่มจากแนวทางการรักษาแบบไม่ผ่าตัดก่อน ได้แก่

  • การควบคุมโรคต้นเหตุ เช่น ควบคุมระดับน้ำตาลในผู้ป่วยเบาหวาน หรือให้วิตามินทดแทนในผู้ที่ขาดสารอาหาร
  • การใช้ยาบรรเทาปวดหรือยาลดการอักเสบตามดุลยพินิจของแพทย์
  • การทำกายภาพบำบัดเพื่อฟื้นฟูกำลังกล้ามเนื้อและการทรงตัว
  • การปรับพฤติกรรม เช่น เปลี่ยนอิริยาบถบ่อยขึ้น หลีกเลี่ยงการนั่งหรือใช้งานข้อมือซ้ำๆ ต่อเนื่องเป็นเวลานาน

ทางเลือกการรักษาด้วยหัตถการแผลเล็ก (Minimally Invasive Procedures)

ในกรณีที่อาการปวดเส้นประสาทเกิดจากการกดทับ เช่น หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท หรือมีอาการปวดเรื้อรังที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาแบบทั่วไป แพทย์เฉพาะทางด้านการระงับปวดอาจพิจารณาหัตถการแผลเล็ก (Minimally Invasive Procedures) ซึ่งเข้าถึงบริเวณที่เป็นสาเหตุของอาการปวดโดยตรงผ่านเครื่องเอกซเรย์นำทาง (Fluoroscopy) โดยไม่ต้องเปิดแผลผ่าตัดขนาดใหญ่

ตัวอย่างหัตถการที่นิยมใช้ ได้แก่

  • การฉีดสเตียรอยด์เข้าโพรงประสาทสันหลัง (Epidural Steroid Injection) เพื่อลดการอักเสบของรากประสาท
  • การให้ยาทางหลอดเลือดดำ (IV Infusion) เพื่อช่วยปรับสมดุลความไวของเส้นประสาท แนวทางเหล่านี้ช่วยให้ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยลดความจำเป็นในการผ่าตัดใหญ่ลงได้

ทั้งนี้แนวทางที่เหมาะสมยังขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์เป็นรายบุคคล

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา

แม้อาการเริ่มต้นของปลายประสาทอักเสบอาจดูไม่รุนแรง แต่หากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการดูแล ความเสียหายของเส้นประสาทอาจลุกลาม และนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว ได้แก่

  • เกิดบาดแผลโดยไม่รู้ตัว เนื่องจากอาการชาทำให้ผู้ป่วยไม่รู้สึกเจ็บเมื่อผิวหนังมีบาดแผล จนแผลลุกลามก่อนจะสังเกตเห็น
  • การติดเชื้อ บาดแผลที่ไม่ได้รับการดูแลตั้งแต่เนิ่นๆ อาจนำไปสู่การติดเชื้อ โดยเฉพาะในผู้ป่วยเบาหวาน
  • หกล้มและบาดเจ็บซ้ำ จากภาวะเสียการทรงตัวและกล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • กล้ามเนื้อลีบและสูญเสียการทำงาน หากเส้นประสาทสั่งการถูกทำลายต่อเนื่องเป็นเวลานาน
  • อาการปวดเรื้อรัง ที่อาจส่งผลต่อสภาพจิตใจและการนอนหลับ

อาการผิดปกติที่บ่งบอกว่าเมื่อไหร่ควรพบแพทย์

ควรรีบเข้าพบแพทย์ทันทีหากพบอาการต่อไปนี้ เนื่องจากอาจเป็นสัญญาณของความเสียหายของเส้นประสาทที่รุนแรง และต้องได้รับการดูแลจากแพทย์โดยไม่ชักช้า

  • กล้ามเนื้ออ่อนแรงอย่างรวดเร็ว หรือขยับแขนขาไม่ได้ตามปกติ
  • ชาลามลงแขนขาอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว
  • กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้
  • ปวดรุนแรงจนยาแก้ปวดทั่วไปไม่สามารถบรรเทาได้
  • มีบาดแผลที่ไม่หายหรือมีสัญญาณติดเชื้อ เช่น บวมแดง มีไข้ร่วมด้วย
  • เวียนศีรษะหรือหน้ามืดบ่อยครั้งเมื่อเปลี่ยนท่าทาง

รักษาปวดเฉพาะทางที่ต้นเหตุกับ BIC Pain Clinic

Bangkok Interventional Clinic (BIC) หรือ BIC Pain Clinic คลินิกเฉพาะทางด้านการระงับปวดแบบมุ่งเป้า (Interventional Pain Management) นำโดย รศ.นพ.มาร์วิน เทพโสพรรณ และทีมแพทย์จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ให้การดูแลผู้ป่วยที่มีอาการปวดเส้นประสาทเรื้อรังแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Care) โดยเน้นค้นหาและรักษาที่ต้นเหตุของอาการปวดผ่านหัตถการแผลเล็ก เพื่อลดความจำเป็นในการผ่าตัดใหญ่และลดการพึ่งพายาแก้ปวดในระยะยาว

บริการที่เกี่ยวข้องกับการดูแลอาการปวดเส้นประสาท ได้แก่

  • โปรแกรม ESI (Epidural Steroid Injection) การฉีดสเตียรอยด์เข้าโพรงประสาทสันหลังเพื่อลดการอักเสบของรากประสาท เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการปวดเส้นประสาทจากหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ราคา 28,690 บาท ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย/เงื่อนไขที่แพทย์ประเมิน
  • โปรแกรม IV Infusionการให้ยาทางหลอดเลือดดำเพื่อช่วยปรับสมดุลความไวของเส้นประสาทและสัญญาณปวดในระบบประสาทส่วนกลาง ราคา 10,300–22,000 บาท ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย/เงื่อนไขที่แพทย์ประเมิน
  • โปรแกรม RFA (Radiofrequency Ablation) การจี้เส้นประสาทด้วยคลื่นความถี่วิทยุ สำหรับผู้ที่มีอาการปวดเรื้อรังจากเส้นประสาทที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาแบบทั่วไป ราคา 150,000–210,000 บาท ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย/เงื่อนไขที่แพทย์ประเมิน

สำหรับผู้ที่มีอาการชา ปวดแสบร้อน หรือปวดเส้นประสาทเรื้อรัง และต้องการปรึกษาแนวทางการรักษาที่เหมาะกับตนเอง สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 093-392-3992 หรือ Line OA: @bicpain

สรุปบทความ

ปลายประสาทอักเสบเป็นภาวะที่เกิดจากความเสียหายของเส้นประสาทส่วนปลาย ซึ่งอาจมีสาเหตุตั้งแต่โรคเบาหวาน ภูมิต้านตนเอง การติดเชื้อ ไปจนถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิตในยุคดิจิทัลและภาวะหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท อาการที่พบมีตั้งแต่ชา ปวดแสบร้อน ไปจนถึงกล้ามเนื้ออ่อนแรงและการทรงตัวผิดปกติ หากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการดูแลอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต การตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดโดยแพทย์เฉพาะทางร่วมกับการรักษาที่ต้นเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการปรับพฤติกรรม การใช้ยา หรือหัตถการแผลเล็ก จึงเป็นแนวทางสำคัญที่ช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีคุณภาพ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเส้นประสาทอักเสบ

เส้นประสาทอักเสบมีโอกาสหายไหม?

โอกาสในการฟื้นตัวขึ้นอยู่กับสาเหตุ และความรุนแรงของแต่ละบุคคล หากอาการปวดเส้นประสาทเกิดจากสาเหตุที่สามารถแก้ไขได้ เช่น ภาวะขาดวิตามินหรือการกดทับเส้นประสาทที่ได้รับการรักษาแต่เนิ่น ๆ อาการมักดีขึ้นอย่างชัดเจน แต่ในบางรายที่เส้นประสาทเสียหายมากหรือมีโรคเรื้อรังร่วมด้วย การรักษาอาจเน้นควบคุมอาการและชะลอความรุนแรงเป็นหลัก จึงควรได้รับการประเมินจากแพทย์เฉพาะทางเพื่อวางแผนที่เหมาะกับแต่ละบุคคล

วิธีแก้ปลายประสาทอักเสบเบื้องต้นด้วยตัวเองทำอย่างไร?

ในเบื้องต้นสามารถดูแลตัวเองได้ด้วยการรับประทานอาหารที่มีวิตามินบี และสารอาหารที่จำเป็นต่อเส้นประสาทอย่างเพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือด หลีกเลี่ยงการนั่งหรือใช้งานข้อมือท่าเดิมซ้ำๆ ต่อเนื่องเป็นเวลานาน งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และควบคุมโรคประจำตัวอย่างเบาหวานให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม หากอาการไม่ดีขึ้นหรือรุนแรงขึ้น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง

เส้นประสาทอักเสบรุนแรงมีอาการอย่างไร?

อาการที่บ่งชี้ว่าอยู่ในระดับรุนแรงมักรวมถึงกล้ามเนื้ออ่อนแรงจนขยับแขนขาลำบาก เสียการทรงตัว และหกล้มบ่อย มีแผลเรื้อรังที่ไม่หาย หรือติดเชื้อ ไปจนถึงระบบขับถ่ายทำงานผิดปกติ เช่น กลั้นปัสสาวะไม่ได้ ซึ่งอาการเหล่านี้จัดเป็นสัญญาณเตือนที่ควรรีบพบแพทย์โดยไม่รอช้า

อาการปวดเส้นประสาทจากหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท รักษาโดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ได้หรือไม่?

ในผู้ป่วยหลายรายที่มีอาการปวดเส้นประสาทจากหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท แพทย์อาจเลือกใช้แนวทางการรักษาแบบอนุรักษ์นิยมร่วมกับหัตถการแผลเล็ก เช่น การฉีดสเตียรอยด์เข้าโพรงประสาทสันหลัง เพื่อลดการอักเสบของรากประสาทและบรรเทาอาการปวดโดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ ทั้งนี้ความเหมาะสมของแนวทางรักษาขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ และดุลยพินิจของแพทย์ผู้ประเมินเป็นรายบุคคล

หมายเหตุ: ผลการรักษาขึ้นอยู่กับการตอบสนองของผู้ป่วยแต่ละราย และควรได้รับการประเมินโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนเข้ารับการรักษา

อ้างอิง

แชร์บทความนี้

บทความแนะนำ

Bangkok Interventional Clinic

ขอบคุณที่ติดต่อเรา

ทีมงาน Bangkok Interventional Clinic
ได้รับข้อความของคุณเรียบร้อยแล้ว
และจะรีบติดต่อกลับโดยเร็วที่สุด

ปิดอัตโนมัติใน 5 วินาที