ESI คืออะไร? รู้จักการฉีดสเตียรอยด์เข้าโพรงประสาท ทางเลือกบรรเทาปวดหลังโดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่
  • Home
  • |
  • Services
  • |
  • ESI คืออะไร? รู้จักการฉีดสเตียรอยด์เข้าโพรงประสาท ทางเลือกบรรเทาปวดหลังโดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่
“อาการปวดหลังเรื้อรังที่ร้าวลงขา มีอาการชาร่วมด้วย หรือรบกวนการนอนหลับ ล้วนเป็นอุปสรรคสำคัญที่บั่นทอนคุณภาพชีวิตของใครหลายคน อาการเหล่านี้มักมีต้นเหตุจากการอักเสบของรากประสาทสันหลังที่ถูกกดทับจากหมอนรองกระดูกเคลื่อน หรือโพรงประสาทตีบแคบ เมื่อการรับประทานยาหรือทำกายภาพบำบัดยังบรรเทาอาการได้ไม่เพียงพอ หนึ่งในทางเลือกการรักษาที่แพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังและระบบประสาทมักพิจารณาคือการฉีดสเตียรอยด์เข้าโพรงประสาท หรือ Epidural Steroid Injection (ESI) ในบทความนี้ Bangkok Interventional Clinic (BIC) จะพาทุกคนมาทำความเข้าใจว่า ESI คืออะไร? มีกลไกการทำงานอย่างไร? รักษาอาการหรือโรคใดได้บ้าง? ไปจนถึงขั้นตอน การเตรียมตัว และข้อควรระวังที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจเข้ารับการรักษา ”

การรักษาด้วย ESI คืออะไร? เทคนิคระงับปวดเฉพาะจุดที่ควรรู้

Epidural Steroid Injection หรือ ESI คือ หัตถการฉีดยาสเตียรอยด์ (คอร์ติโคสเตียรอยด์) ผสมกับยาชาเฉพาะที่ เข้าไปยังโพรงประสาทสันหลัง (Epidural Space) ซึ่งเป็นช่องว่างที่หุ้มรอบไขสันหลัง และรากประสาท มีลักษณะคล้ายปลอกที่บรรจุไขมัน หลอดเลือด และเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน 

เมื่อรากประสาทในบริเวณนี้เกิดการอักเสบ หรือถูกกดทับจากโครงสร้างกระดูกสันหลังที่ผิดปกติ การฉีดยาเข้าไปยังตำแหน่งดังกล่าวโดยตรง จะช่วยลดบวม และลดการระคายเคืองของเส้นประสาท ทำให้อาการปวดทุเลาลงโดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่

หัตถการนี้อาศัยอุปกรณ์ทางการแพทย์เฉพาะทางเพื่อความแม่นยำ ได้แก่ เครื่องเอกซเรย์นำทาง (Fluoroscopy) หรือเครื่องอัลตราซาวนด์ (Ultrasound) สำหรับระบุตำแหน่งปลายเข็ม เข็มฉีดยาขนาดเฉพาะสำหรับหัตถการระงับปวด สารทึบรังสี (Contrast Media) เพื่อยืนยันว่า ปลายเข็มอยู่ในโพรงประสาทสันหลังจริงก่อนปล่อยยา และยาที่ใช้คือคอร์ติโคสเตียรอยด์ผสมกับยาชาเฉพาะที่

The Procedure (Approximately 15–20 Minutes)
This is a safe, minimally invasive outpatient procedure. General anaesthesia is not required and patients can go home the same day.
ESI โดยทั่วไป

  1. แพทย์ทำความสะอาดผิวหนังบริเวณที่จะฉีดยา และฉีดยาชาเฉพาะที่บริเวณผิวหนังก่อนแทงเข็มเข้าสู่ชั้นลึก เพื่อลดความรู้สึกไม่สบายตัวขณะทำหัตถการ
  2. แพทย์ใช้เครื่องเอกซเรย์นำทางหรือเครื่องอัลตราซาวนด์ค่อย ๆ นำเข็มไปยังตำแหน่งโพรงประสาทสันหลังที่วางแผนไว้
  3. เมื่อเข็มถึงตำแหน่งที่ต้องการ แพทย์จะฉีดสารทึบรังสีเพื่อยืนยันตำแหน่งปลายเข็มให้แน่ใจว่าอยู่ในโพรงประสาทสันหลังจริง ก่อนฉีดยาสเตียรอยด์ผสมยาชาเข้าไปตามเทคนิคที่เลือกใช้
  4. หลังฉีดยาเสร็จ แพทย์ทำความสะอาดและปิดแผลบริเวณที่ฉีด จากนั้นให้ผู้ป่วยพักสังเกตอาการที่คลินิกประมาณ 30-60 นาทีก่อนกลับบ้าน

ความแตกต่างระหว่างการทำ ESI กับการรับประทานยาสเตียรอยด์ทั่วไป

ประเด็น ESI (ฉีดเข้าโพรงประสาทสันหลัง) รับประทานยาสเตียรอยด์
วิธีนำส่งยา ฉีดเข้าตำแหน่งที่มีการอักเสบของรากประสาทโดยตรงภายใต้เครื่องเอกซเรย์นำทาง ยาดูดซึมผ่านทางเดินอาหารแล้วกระจายไปทั่วร่างกาย
ปริมาณยาที่กระจายทั่วร่างกาย น้อยกว่า เนื่องจากยาส่วนใหญ่ออกฤทธิ์เฉพาะบริเวณที่ฉีด มากกว่า เนื่องจากต้องกระจายไปทั่วร่างกายก่อนถึงบริเวณที่อักเสบ
ระยะเวลาที่เริ่มเห็นผลชัดเจน ประมาณ 1-2 สัปดาห์ และบรรเทาปวดต่อเนื่องได้หลายเดือน ออกฤทธิ์เร็วกว่าในบางกรณี แต่มักต้องรับประทานต่อเนื่องและฤทธิ์อยู่ได้ไม่นานเท่า
ความถี่ในการใช้ แพทย์จำกัดจำนวนครั้งต่อปีเพื่อลดผลกระทบต่อกระดูกและเนื้อเยื่อข้างเคียง ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจแพทย์ตามอาการและระยะเวลาของโรค

ESI ทำงานอย่างไรในการบรรเทาอาการปวดและลดการอักเสบ?

กลไกการบรรเทาปวดของ ESI เกิดขึ้นผ่านสองกลไกหลักที่ทำงานร่วมกัน ทั้งการยับยั้งการอักเสบเฉพาะจุดและการออกฤทธิ์ของยาที่แบ่งเป็นสองระยะ ดังรายละเอียดต่อไปนี้

กลไกต้านการอักเสบเฉพาะจุด

เมื่อหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนกดทับเส้นประสาท หรือโพรงประสาทตีบแคบจนรากประสาทถูกเบียด ร่างกายจะสร้างสารสื่อการอักเสบขึ้นบริเวณรากประสาทนั้น ทำให้เกิดอาการบวม ระคายเคือง และปวดร้าวตามแนวเส้นประสาท ตัวยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ที่ฉีดเข้าไปในโพรงประสาทสันหลังจะออกฤทธิ์ยับยั้งสารสื่อการอักเสบเหล่านี้โดยตรงที่บริเวณรากประสาท ช่วยลดบวมและลดการกดทับของเส้นประสาท ทำให้สัญญาณความปวดที่ส่งไปยังสมองลดลงตามไปด้วย

การออกฤทธิ์ลดปวด 2 ระยะ

การบรรเทาปวดจาก ESI เกิดขึ้นเป็น 2 ช่วง เนื่องจากยาที่ฉีดเป็นส่วนผสมระหว่างยาชาเฉพาะที่กับยาสเตียรอยด์

  • ระยะแรก (ออกฤทธิ์เร็ว) ยาชาเฉพาะที่ที่ผสมอยู่ในน้ำยาฉีดจะออกฤทธิ์ปิดกั้นการนำสัญญาณประสาทความปวดได้เกือบทันที ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกปวดลดลงในช่วงชั่วโมงแรกหลังฉีด แพทย์มักใช้การตอบสนองในระยะนี้เป็นข้อมูลประกอบยืนยันว่า ตำแหน่งที่ฉีดเข้าถึงบริเวณที่เป็นสาเหตุของอาการปวดจริง
  • ระยะที่สอง (ออกฤทธิ์ต่อเนื่อง) ตัวยาสเตียรอยด์จะค่อย ๆ ออกฤทธิ์ยับยั้งสารสื่อการอักเสบบริเวณรากประสาท ซึ่งต้องใช้เวลาสะสมฤทธิ์ประมาณ 1-2 สัปดาห์จึงจะเริ่มเห็นผลอย่างชัดเจน และสามารถบรรเทาอาการปวดต่อเนื่องได้อีกหลายเดือนหลังจากนั้น

การฉีดสเตียรอยด์เข้าโพรงประสาทช่วยรักษาอาการหรือโรคอะไรได้บ้าง?

ForEpidural Steroid Injectionสันหลังใช้รักษาอาการปวดที่มีต้นเหตุจากการอักเสบ หรือการกดทับของรากประสาทในกระดูกสันหลัง โดยแบ่งกลุ่มโรคที่พบบ่อยได้ดังนี้

กลุ่มโรคหมอนรองกระดูกและโครงสร้างกระดูกสันหลังเสื่อม

  • หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนกดทับเส้นประสาท (Lumbar Disc Herniation)
  • โพรงประสาทกระดูกสันหลังตีบแคบ (Spinal Stenosis)
  • หมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อม (Degenerative Disc Disease)
  • ข้อต่อกระดูกสันหลังเสื่อมและข้อต่อฟาเซ็ตอักเสบ (Spondylosis / Facet Joint Syndrome)

กลุ่มอาการปวดเรื้อรังจากระบบประสาท

  • อาการปวดร้าวลงแขน หรือขาจากรากประสาทถูกกดทับหรือระคายเคือง (Radiculopathy)
  • อาการปวดหลังส่วนล่างเรื้อรังที่ยังไม่ตอบสนองต่อการรับประทานยาและกายภาพบำบัด
  • อาการปวดหลงเหลือในผู้ที่เคยผ่าตัดกระดูกสันหลังมาแล้ว ซึ่งแพทย์ประเมินว่ายังมีการอักเสบของรากประสาทร่วมด้วย

ประเภทและรูปแบบการทำหัตถการ ESI

แพทย์เลือกเทคนิคการฉีดยาเข้าโพรงประสาทสันหลังตามตำแหน่งที่เป็นสาเหตุของอาการปวดและลักษณะพยาธิสภาพของผู้ป่วยแต่ละราย โดยแบ่งเป็น 3 รูปแบบหลัก ดังนี้

1. การฉีดยาผ่านช่องเปิดข้างกระดูกสันหลัง (Transforaminal Injection)

เป็นการฉีดยาผ่านช่องเปิดข้างกระดูกสันหลัง (Neural Foramen) ซึ่งเป็นช่องที่รากประสาทแต่ละเส้นออกจากกระดูกสันหลัง เทคนิคนี้ทำให้ยาเข้าถึงรากประสาทเส้นที่มีปัญหาได้อย่างเจาะจงเป็นรายเส้น จึงมักใช้เมื่อผลตรวจภาพวินิจฉัย หรืออาการทางคลินิกชี้ชัดว่า มีรากประสาทเส้นใดเส้นหนึ่งถูกกดทับหรืออักเสบ เหมาะกับผู้ที่มีอาการปวดร้าวลงแขนหรือขาชัดเจนตามแนวเส้นประสาทเส้นใดเส้นหนึ่ง

2. การฉีดยาผ่านโพรงกระดูกสันหลังบริเวณก้นกบ (Caudal Injection)

เป็นการฉีดยาผ่านช่องเปิดตามธรรมชาติที่ปลายกระดูกสันหลังส่วนกระเบนเหน็บ หรือกระดูกก้นกบ (Sacral Hiatus) ยาที่ฉีดจะกระจายตัวขึ้นไปในโพรงประสาทสันหลังได้เป็นบริเวณกว้าง เทคนิคนี้จึงเหมาะกับผู้ที่มีพยาธิสภาพหลายระดับ ผู้ที่เคยผ่าตัดกระดูกสันหลังมาก่อนจนกายวิภาคบริเวณอื่นเปลี่ยนแปลงไป หรือผู้ที่มีอาการปวดหลังส่วนล่างลามลงขาทั้งสองข้าง

3. การฉีดยาระหว่างแผ่นกระดูกสันหลัง (Interlaminar Injection)

เป็นการฉีดยาผ่านช่องว่างระหว่างแผ่นกระดูกสันหลังสองข้อต่อ (Interlaminar Space) เข้าสู่โพรงประสาทด้านหลังโดยตรง ยาจะกระจายตัวครอบคลุมบริเวณกว้างในแนวตั้ง เทคนิคนี้เหมาะกับผู้ที่มีภาวะโพรงประสาทตีบแคบหลายระดับ หรือมีการอักเสบของรากประสาทในตำแหน่งที่ต้องการให้ยากระจายทั่วถึง

ประโยชน์และจุดเด่นของการเลือกวิธีรักษาด้วย ESI

การรักษาด้วย ESI มีข้อดีหลายประการที่ทำให้แพทย์เลือกใช้เป็นแนวทางบรรเทาอาการปวดจากรากประสาท โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่ต้องการหลีกเลี่ยงการผ่าตัดใหญ่ สรุปจุดเด่นได้ดังนี้

  • ลดอาการปวดและการอักเสบบริเวณรากประสาทที่เป็นสาเหตุของอาการโดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่
  • ช่วยเปิดโอกาสให้เริ่มทำกายภาพบำบัดหรือฟื้นฟูร่างกายได้เร็วขึ้น เนื่องจากอาการปวดที่เคยเป็นอุปสรรคต่อการเคลื่อนไหวลดลง
  • ใช้เวลาทำหัตถการไม่นาน ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาล และกลับไปทำกิจวัตรเบา ๆ ได้ในวันเดียวกัน
  • ฉีดยาภายใต้เครื่องเอกซเรย์นำทางหรือเครื่องอัลตราซาวนด์ ช่วยให้แพทย์ระบุตำแหน่งที่ต้องการฉีดได้อย่างแม่นยำ ลดโอกาสที่ยาจะกระจายไปยังตำแหน่งที่ไม่ต้องการ
  • เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ยังไม่พร้อมเข้ารับการผ่าตัดใหญ่ หรือมีความเสี่ยงสูงหากต้องดมยาสลบ

ใครบ้างที่เหมาะกับการรักษาด้วยวิธี Epidural Steroid Injection (ESI)?

แม้ ESI จะช่วยบรรเทาอาการปวดจากรากประสาทได้หลายกลุ่มโรค แต่ความเหมาะสมยังขึ้นอยู่กับลักษณะอาการและสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล โดยกลุ่มที่แพทย์มักพิจารณาให้เข้ารับการรักษาด้วยวิธีนี้ ได้แก่

  • ผู้ที่มีอาการปวดหลังร้าวลงขาเรื้อรัง จากหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนกดทับเส้นประสาทหรือโพรงประสาทกระดูกสันหลังตีบแคบ
  • ผู้ที่มีอาการปวดจากข้อต่อฟาเซ็ตอักเสบหรือข้อต่อกระดูกสันหลังเสื่อม
  • ผู้ที่รับประทานยาแก้ปวดและทำกายภาพบำบัดแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น
  • ผู้ที่มีอาการปวดรบกวนการนอนหลับหรือการใช้ชีวิตประจำวันอย่างชัดเจน
  • ผู้ที่ยังไม่ต้องการเข้ารับการผ่าตัด หรือมีความเสี่ยงสูงหากต้องผ่าตัด เช่น ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัวหลายโรค
  • ผู้ที่เคยผ่าตัดกระดูกสันหลังมาแล้วแต่ยังมีอาการปวดหลงเหลืออยู่

ทั้งนี้ ความเหมาะสมของการรักษาด้วยวิธีนี้ขึ้นอยู่กับผลการตรวจวินิจฉัย และดุลยพินิจของแพทย์เฉพาะทางเป็นสำคัญ ผู้ที่สนใจควรเข้ารับการประเมินอาการโดยละเอียดก่อนวางแผนการรักษา

ข้อควรระวังและผลข้างเคียงชั่วคราวที่อาจเกิดขึ้นได้

แม้การEpidural Steroid Injectionสันหลัง จะเป็นหัตถการที่มีความเสี่ยงค่อนข้างต่ำเมื่อทำโดยแพทย์เฉพาะทาง แต่ก็ยังมีผลข้างเคียง และข้อควรระวังที่ผู้ป่วยควรทราบก่อนตัดสินใจเข้ารับการรักษา

ผลข้างเคียงทั่วไปและอาการระบมชั่วคราว

  • ปวด บวม หรือมีรอยช้ำบริเวณที่ฉีด ซึ่งมักดีขึ้นภายในไม่กี่วันและบรรเทาได้ด้วยการประคบเย็น
  • อาการชาหรือรู้สึกหนักที่ขาชั่วคราวหลังฉีด ซึ่งมักค่อย ๆ ดีขึ้นภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง
  • ปวดศีรษะชั่วคราวจากการรั่วของน้ำไขสันหลังในบางราย ซึ่งพบได้ไม่บ่อย
  • หน้าแดง ร้อนวูบวาบ หรือประจำเดือนมาผิดปกติในผู้ป่วยบางราย
  • อาการสะอึกในบางราย ซึ่งส่วนใหญ่หายได้เองภายในไม่กี่วัน

ข้อควรระวังในกลุ่มผู้ป่วยเฉพาะโรค

  • ผู้ป่วยเบาหวาน: ยาสเตียรอยด์อาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นชั่วคราว ควรแจ้งแพทย์เพื่อวางแผนควบคุมระดับน้ำตาลร่วมด้วย
  • ผู้ป่วยต้อหิน: ยาสเตียรอยด์อาจทำให้ความดันภายในลูกตาเพิ่มขึ้นชั่วคราว ควรแจ้งประวัติการรักษาให้แพทย์ทราบก่อนฉีดยา
  • ผู้ที่มีประวัติแพ้ยา: ทั้งแพ้ยาชาเฉพาะที่ แพ้สารทึบรังสี หรือแพ้อาหารทะเล ควรแจ้งแพทย์ล่วงหน้าเสมอ
  • ผู้ที่รับประทานยาละลายลิ่มเลือด: เช่น Warfarin (วาร์ฟาริน) หรือ Clopidogrel (โคลพิโดเกรล) ต้องแจ้งแพทย์เพื่อพิจารณาปรับหรือหยุดยาก่อนเข้ารับหัตถการ
  • ผู้ที่มีภาวะติดเชื้อ: ทั้งการติดเชื้อบริเวณที่จะฉีดยาหรือการติดเชื้อในร่างกาย ไม่ควรเข้ารับการฉีดยาในช่วงที่มีการติดเชื้อ
  • ความถี่ในการฉีด: ForEpidural Steroid Injectionสันหลังซ้ำบ่อยเกินไปอาจส่งผลต่อความแข็งแรงของกระดูกและเนื้อเยื่อข้างเคียง แพทย์จึงมักจำกัดจำนวนครั้งของการฉีดไว้ที่ปีละไม่เกิน 3-4 ครั้ง และพิจารณาแนวทางอื่นหากอาการไม่ตอบสนอง

Treat Pain at Bangkok Interventional Clinic

At Bangkok Interventional Clinic, we focus on personalised, in-depth pain management tailored to each individual.
  • Assessment and treatmentby board-certified pain management specialists
  • Targeted interventional procedures for fast and effective symptom relief
  • Patient education to support sustainable, long-term self-care

Our goal is to improve the quality of life for every person who comes to us for care. If you are experiencing pain that affects your daily life, an accurate diagnosis and the right treatment plan are the first steps toward meaningful change. Bangkok Interventional Clinic — Specialised Pain and Nerve Care by Multidisciplinary Specialist Physicians

Other procedures

If you are living with chronic pain, Bangkok Interventional Clinic

Thank you for contacting us

Bangkok Interventional Clinic Team
Message received.
And will get back to you as soon as possible.

Auto close in 5 seconds