ทำความเข้าใจภาวะปวดเรื้อรังหลังการผ่าตัด

รูปภาพของ BIC PAIN Clinic

BIC PAIN Clinic

บทความโดย

ภาวะปวดเรื้อรังหลังการผ่าตัด หรือ Chronic Post-Surgical Pain (CPSP)

เป็นความเจ็บปวดที่ยังคงหลงเหลืออยู่ภายหลังจากกระบวนการผ่าตัดสิ้นสุดลง ซึ่งส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันของผู้ป่วย โดยคำนิยามของความปวดเรื้อรังหลังการผ่าตัดมีดังนี้

  • มีอาการเจ็บปวดต่อเนื่องยาวนานเกินกว่า 3 ถึง 6 เดือนหลังจากการผ่าตัด
  • ความปวดที่เกิดขึ้นเป็นความปวดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนการผ่าตัด หรือในกรณีที่เคยมีอาการปวดอยู่เดิม ความปวดนั้นต้องมีลักษณะที่เปลี่ยนแปลงไปหรือมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น
  • อาการปวดที่เกิดขึ้นจำกัดอยู่บริเวณที่เคยได้รับการผ่าตัด หรือมีอาการปวดร้าว (Referred Pain) กระจายไปยังบริเวณใกล้เคียง
  • อาการปวดนั้นไม่ได้มีสาเหตุมาจากปัจจัยอื่น เช่น การติดเชื้อหลังผ่าตัด หรือภาวะจากโรคเดิม เช่น มะเร็ง

 

สาเหตุของการเกิดภาวะปวดเรื้อรังหลังผ่าตัด

ครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยที่มีภาวะปวดเรื้อรังหลังการผ่าตัดเกิดจากการบาดเจ็บของเส้นประสาทในระหว่างการผ่าตัด ซึ่งเมื่อเกิดการอักเสบและปฏิกิริยาทางภูมิคุ้มกันทำให้ร่างกายหลั่งสารสื่อประสาทที่ทำให้เกิดความรู้สึกไวกว่าปกติ ส่งผลให้กระตุ้นระบบประสาทส่วนกลางด้วยความปวดซ้ำๆ นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงระบบประสาทอย่างถาวร ทำให้เกิดการรับรู้ความเจ็บปวดได้ไวกว่าปกติแม้จะได้รับการกระตุ้นเพียงเล็กน้อย

แม้ว่าการบาดเจ็บของเส้นประสาทจะเป็นปัจจัยหลัก แต่ในทางปฏิบัติพบว่ามีหลายกรณีที่อาการปวดหลังผ่าตัดไม่ได้มีความสัมพันธ์โดยตรงกับการบาดเจ็บของเส้นประสาทในขณะผ่าตัดเพียงอย่างเดียว เนื่องจากยังมีองค์ประกอบแวดล้อมและปัจจัยแทรกซ้อนอื่นๆ ที่สามารถกระตุ้นให้เกิดความเจ็บปวดเรื้อรังได้ ดังนี้:

  • การเกิดพังผืด: การเกิดพังผืดหลังการผ่าตัดถือเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยอย่างมาก โดยพังผืดเหล่านี้อาจเข้าไปกดทับหรือรั้งเส้นประสาทในบริเวณใกล้เคียง ส่งผลให้เกิดความเจ็บปวดอย่างต่อเนื่อง
  • การติดเชื้อและการอักเสบ: บริเวณแผลผ่าตัดมีการอักเสบ หรือมีของเหลวสะสมภายใน
  • ภาวะแทรกซ้อนทางกายภาพ: เช่น อุปกรณ์ยึดกระดูกเคลื่อน, กระดูกเชื่อมไม่ติด หรือกระดูกสันหลังไม่มั่นคง
  • พยาธิสภาพเดิมและการเสื่อมต่อเนื่อง : พยาธิสภาพเดิมของกระดูกสันหลังยังคงหลงเหลืออยู่ หรือการเสื่อมสภาพของกระดูกในระดับใกล้เคียงที่รับภาระมากขึ้นภายหลังการผ่าตัดระดับเดิม
  • ปัจจัยด้านพฤติกรรมและการฟื้นฟู: การเคลื่อนไหวร่างกายที่ไม่เหมาะสมในระหว่างระยะพักฟื้น รวมถึงภาวะกล้ามเนื้อแกนกลางที่อ่อนแอ ไม่สามารถพยุงโครงสร้างร่างกายได้ตามปกติ ส่งผลให้เกิดแรงกดทับซ้ำเติมในบริเวณที่เพิ่งผ่านการผ่าตัด

 

    อาการแสดงที่สามารถพบได้

    อาการปวดมักมีองค์ประกอบของอาการปวดจากเส้นประสาทร่วมด้วย ได้แก่ อาการปวดแปล๊บ ปวดเสียวซ่าที่เกิดขึ้นเอง ความไวต่อการสัมผัสของผิวหนังบริเวณนั้นเพิ่มขึ้น อาการชา อาการปวดแสบร้อน และอาการปวดตุบ ๆ นอกจากนี้ อาจพบการสูญเสียความรู้สึกบริเวณแผลผ่าตัดได้ด้วย


    แนวทางการรักษา

    • การรักษาด้วยยา เช่นยาแก้ปวด ยาต้านการอักเสบ ยาลดปวดเส้นประสาท ยาต้านเศร้า รวมไปถึงยากลุ่มอื่นๆตามเหมาะสม
    • การรักษาทางกายภาพ เช่น การนวด กายภาพบำบัด และการฝังเข็มแบบตะวันออก เป็นต้น
    • การทำหัตถการเพื่อลดอาการปวด สามารถพิจารณาเลือกใช้ได้หลากหลายวิธี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพยาธิสภาพของโรค ลักษณะอาการปวด และชนิดของการผ่าตัดที่ผู้ป่วยได้รับ แนวทางที่อาจนำมาใช้ ได้แก่
    • การบล็อกหรือทำลายเส้นประสาทซิมพาเทติก
    • การบล็อกเส้นประสาทส่วนปลายการจี้เส้นประสาทด้วยคลื่นความถี่วิทยุชนิดพัลส์ 
    • การบล็อกเส้นประสาทเจนิคิวลาร์บริเวณข้อเข่า 
    • การบล็อกแขนงเส้นประสาทข้อสะโพก ± การทำลายเส้นประสาท 
    • การกระตุ้นไขสันหลังด้วยเครื่องกระตุ้นไฟฟ้า เพื่อปรับเปลี่ยนสัญญาณความปวด 
    • การให้ยาทางหลอดเลือดดำ เช่น การให้ยาเคตามีนทางหลอดเลือดดำ

     

      แนวทางการป้องกัน

      การป้องกันอาการปวดเรื้อรังหลังการผ่าตัดควรเริ่มตั้งแต่ระยะฟื้นตัวช่วงต้น โดยเน้นการควบคุมอาการปวดอย่างเหมาะสม การเคลื่อนไหวร่างกายอย่างปลอดภัย และการดูแลด้านจิตใจอย่างครบถ้วน แนวทางสำคัญประกอบด้วย

      • ควบคุมอาการปวดเฉียบพลันอย่างมีประสิทธิภาพ การรักษาอาการปวดอย่างเพียงพอช่วยลดความเสี่ยงในการพัฒนาไปสู่อาการปวดเรื้อรัง
      • ใช้ยาตามแผนการรักษาแบบผสมผสาน เช่น พาราเซตามอลร่วมกับยาแก้อักเสบกลุ่ม NSAIDs และใช้ยากลุ่มโอปิออยด์ในระยะสั้นเมื่อจำเป็น ภายใต้คำแนะนำของแพทย์
      • เริ่มเคลื่อนไหวร่างกายโดยเร็ว เช่น การเดิน เพื่อป้องกันกล้ามเนื้อตึงยึดและช่วยฟื้นฟูการไหลเวียนโลหิต
      • ทำกายภาพบำบัดตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและการเคลื่อนไหวอย่างปลอดภัย
      • ใช้การประคบร้อนหรือเย็นอย่างเหมาะสม เพื่อลดอาการบวม บรรเทาปวด และคลายกล้ามเนื้อ
      • ดูแลสุขภาพจิตและลดความเครียด ความวิตกกังวลและความเครียดเป็นปัจจัยเสี่ยงของอาการปวดเรื้อรัง ควรใช้เทคนิคผ่อนคลาย เช่น การหายใจลึก เป็นต้น

       

      อ้างอิง

      • จตุพร วงศ์สาธิตพร. (2564). การจัดการความปวดจากมะเร็ง: บทบาทของพยาบาลในการดูแลต่อเนื่องที่บ้าน. วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นครราชสีมา, 27(1), 226-241. https://he02.tci-thaijo.org/index.php/jcra/article/download/248963/170263
      • Bordoni, B., & Varacallo, M. (2566). อาการปวดเฉพาะส่วนที่ซับซ้อน (Complex Regional Pain Syndrome). StatPearls Publishing. https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC4590073/
      • Shim, H., Rose, J., Hallead, A., & Grewal, H. (2561). กลุ่มอาการปวดเฉพาะส่วนที่ซับซ้อน: การทบทวนวรรณกรรมเบื้องต้นสำหรับแพทย์. Journal of Clinical Medicine Research, 10(7), 535-540. https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC6037807/

       

      การรักษาอาการปวดที่ Bangkok Interventional Clinic

      เราให้ความสำคัญกับการรักษาเชิงลึก ที่ออกแบบให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

      • ประเมินและรักษาโดยแพทย์เฉพาะทางด้านการระงับปวด
      • หัตถการระงับปวดเฉพาะจุด เพื่อลดอาการได้อย่างรวดเร็ว
      • การให้ความรู้แก่ผู้ป่วย เพื่อร่วมวางแผนการดูแลตนเองอย่างยั่งยืน

      เรามีเป้าหมายในการยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกท่านที่เข้ามารับบริการให้ดีที่สุด หากคุณกำลังเผชิญกับอาการปวดที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน การประเมินที่ถูกต้อง และการรักษาที่เหมาะสม คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง

      Bangkok Interventional Clinic – คลินิกดูแลอาการปวดและเส้นประสาท โดยแพทย์เฉพาะทาง

      แชร์บทความนี้

      บทความแนะนำ

      Bangkok Interventional Clinic

      ขอบคุณที่ติดต่อเรา

      ทีมงาน Bangkok Interventional Clinic
      ได้รับข้อความของคุณเรียบร้อยแล้ว
      และจะรีบติดต่อกลับโดยเร็วที่สุด

      ปิดอัตโนมัติใน 5 วินาที