การฉีดยาบล็อกเส้นประสาทข้อต่อกระดูกสันหลังส่วนเอว
อาการปวดหลังส่วนล่าง (Low Back Pain) ไม่เพียงแต่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน แต่ยังรบกวนการทำงาน และการทำกิจกรรมต่างๆที่สำคัญ หากปล่อยทิ้งไว้นานอาจกลายเป็นอุปสรรคต่อการเคลื่อนไหวและทำลายคุณภาพชีวิตในระยะยาว อาการปวดเฉียบพลันหลายกรณีอาจหายได้เองด้วยการรักษาแบบประคับประคอง เช่น การพักผ่อน การประคบร้อนหรือเย็น แต่ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยที่อาการปวดเปลี่ยนจากระยะเฉียบพลันกลายเป็น “อาการปวดเรื้อรัง” ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาที่ตรงจุดยิ่งขึ้น
การฉีดยาบล็อกเส้นประสาทข้อต่อกระดูกสันหลังส่วนเอวคืออะไร?
คือหัตถการที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการระงับปวดทำการฉีดยาชาเข้าไปที่ “เส้นประสาทแขนงส่วนกลาง (Medial Branch Nerves)” ซึ่งเป็นเส้นประสาทที่ทำหน้าที่ส่งสัญญาณความรู้สึกจาก “ข้อต่อฟาเซ็ท (Facet Joints)” ในกระดูกสันหลังส่วนเอว ข้อต่อฟาเซ็ทเป็นบริเวณที่เชื่อมระหว่างกระดูกสันหลังแต่ละข้อเข้าด้วยกัน ซึ่งหากข้อต่อเหล่านี้เกิดการอักเสบจากสาเหตุต่างๆ จะส่งผลให้เกิดอาการปวดร้าวบริเวณหลังส่วนล่าง ลามไปถึงสะโพกและต้นขาด้านบน โดยอาการปวดมักจะรุนแรงขึ้นเมื่อมีการเคลื่อนไหว การยืนนานๆ หรือการแอ่นหลัง
วัตถุประสงค์
หัตถการนี้เป็นหัตถการที่มีวัตถุประสงค์ เพื่อวินิจฉัย และเพื่อยืนยันว่าอาการปวดหลังมาจากข้อต่อฟาเซ็ท จริงหรือไม่ โดยวัดผลจากระดับความปวดที่ลดลงหลังจากได้รับยาชา และระยะเวลาที่ยาชาออกฤทธิ์
- หากอาการปวดลดลงเพียงชั่วคราว: แสดงถึงข้อต่อฟาเซ็ทคือต้นเหตุของอาการปวด แพทย์อาจแนะนำรักษาในหัตถการขั้นถัดไปที่เรียกว่า “การจี้เส้นประสาทด้วยคลื่นวิทยุ” (Lumbar Medial Branch Radiofrequency Ablation) ซึ่งเป็นการใช้คลื่นวิทยุทำลายเส้นประสาทที่นำสัญญาณความปวด ทำให้อาการปวดลดลงยาวนานยิ่งขึ้น
- หากปวดลดลงอย่างต่อเนื่อง: แพทย์อาจพิจารณาทำบล็อกเส้นประสาทซ้ำเพื่อผลการรักษา
การฉีดยาบล็อกเส้นประสาทข้อต่อกระดูกสันหลังส่วนเอวเหมาะกับใคร?
- ผู้ที่มีอาการปวดเรื้อรัง: มีอาการปวดหลังส่วนล่างแบบเฉพาะจุดและต่อเนื่อง (เป็นมานานกว่า 3 เดือน)
- ผู้ที่รักษาแบบประคับประคองไม่ได้ผล: ได้แก่ผู้ป่วยที่อาการปวดไม่ลดลงหลังจากทำกายภาพบำบัด การใช้ยา หรือการฉีดยาอื่นๆ
- ผู้ที่แพทย์สงสัยว่าอาการปวดเกิดจากข้อต่อกระดูกสันหลัง: ผู้ป่วยจะมีอาการปวดรุนแรงขึ้นเมื่อทำกิจกรรมต่างๆ เช่น การบิดตัว, การก้ม หรือการนั่งเป็นเวลานาน
ขั้นตอนการทำหัตถการ
- ผู้ป่วยนอนในท่าคว่ำ
- แพทย์ใช้เครื่อง เอกซเรย์ฟลูออโรสโคป (fluoroscopic-guided) นำทางเพื่อระบุตำแหน่งเส้นประสาทที่ต้องการบล็อกได้อย่างแม่นยำแบบ Real-time
- แพทย์ฉีดยาชาปริมาณเล็กน้อยเข้าไปใกล้เส้นประสาทเป้าหมาย
- หลังทำหัตถการเสร็จสิ้นขั้นตอน ผู้ป่วยจะถูกย้ายไปห้องพักฟื้นและนอนสังเกตอาการประมาณ 30 นาที
การดูแลตนเองหลังทำหัตถการ
- การเดินทาง : หลังทำหัตถการไม่แนะนำให้ขับรถกลับบ้านด้วยตนเอง จำเป็นต้องมีผู้ติดตามเพื่อขับรถพาคุณกลับบ้าน
- การอาบน้ำ: สามารถอาบน้ำฝักบัวได้ ห้ามแช่น้ำในอ่างเป็นเวลา 48 ชั่วโมง
- กิจกรรม: หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องใช้แรงหนักทั้งวันหลังจากทำหัตถการ
ผลลัพธ์ที่คาดหวัง
โดยทั่วไปหากอาการปวดเกิดจากข้อต่อฟาเซ็ท ผลของยาชาจะช่วยบรรเทาอาการปวดได้ตั้งแต่ไม่กี่ชั่วโมงไปจนถึง 1-2 วัน หากอาการปวดกลับมาหลังจากยาชาหมดฤทธิ์ แพทย์จะพิจารณารักษาต่อด้วยการจี้เส้นประสาทด้วยคลื่นวิทยุ (Radiofrequency Ablation) เป็นขั้นตอนถัดไป เพื่อช่วยบรรเทาอาการปวดให้ลดลงได้ยาวนานยิ่งขึ้น
ข้อควรระวังและกลุ่มเสี่ยง
กลุ่มบุคคลต่อไปนี้ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มการรักษา:
- ผู้ที่มีประวัติแพ้ยาชาเฉพาะที่
- ผู้ที่อยู่ในระหว่างการตั้งครรภ์
- ผู้ที่มีภาวะเลือดออกง่าย หรือแข็งตัวช้า (รวมถึงผู้ที่ทานยาละลายลิ่มเลือด หรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด)
- ผู้ที่มีภาวะติดเชื้อ (ทั่วร่างกายหรือที่บริเวณจุดฉีดยา)
การรักษาอาการปวดที่ Bangkok Interventional Clinic
เราให้ความสำคัญกับการรักษาเชิงลึก ที่ออกแบบให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
- ประเมินและรักษาโดยแพทย์เฉพาะทางด้านการระงับปวด
- หัตถการระงับปวดเฉพาะจุด เพื่อลดอาการได้อย่างรวดเร็ว
- การให้ความรู้แก่ผู้ป่วย เพื่อร่วมวางแผนการดูแลตนเองอย่างยั่งยืน
เรามีเป้าหมายในการยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกท่านที่เข้ามารับบริการให้ดีที่สุด หากคุณกำลังเผชิญกับอาการปวดที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน การประเมินที่ถูกต้อง และการรักษาที่เหมาะสม คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง
