การจี้ไฟฟ้าบริเวณปมประสาทสเตลเลทด้วยคลื่นความถี่วิทยุ
หากคุณกำลังเผชิญกับอาการปวดเรื้อรังที่รักษายาก ไม่ว่าจะเป็นอาการปวดศีรษะ ปวดใบหน้า หรือปวดร้าวลงแขน การจี้ไฟฟ้าปมประสาทสเตลเลท (Stellate Ganglion Pulsed RF) เป็นวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัยสูง โดยมุ่งเน้นการปรับสมดุลระบบประสาทอัตโนมัติเพื่อระงับปวดในระยะยาว
Stellate Ganglion Pulsed RF คืออะไร?
- Stellate Ganglion Pulsed RF คือหัตถการที่ใช้คลื่นไฟฟ้าความถี่วิทยุชนิดเป็นจังหวะ (Pulsed Radiofrequency) ส่งไปยัง ปมประสาทสเตลเลต (Stellate Ganglion) ซึ่งเป็นศูนย์รวมกลุ่มเส้นประสาทอัตโนมัติบริเวณลำคอที่มีบทบาทสำคัญในการควบคุมสัญญาณปวดและการอักเสบของร่างกายส่วนบน
- ความโดดเด่นของ Pulsed RF: ต่างจากการจี้ไฟฟ้าแบบดั้งเดิมที่ใช้ความร้อนสูงเพื่อทำลายเนื้อเยื่อ Pulsed RF จะใช้คลื่นไฟฟ้าอ่อนๆ ในการ “ปรับการทำงานของเส้นประสาท” (Neuromodulation) เพื่อลดความไวต่อความเจ็บปวด โดยไม่ก่อให้เกิดการบาดเจ็บต่อเส้นประสาทหรือเนื้อเยื่อข้างเคียง
ผู้ที่เหมาะกับการทำหัตถการนี้
หัตถการนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะดังต่อไปนี้:
- ผู้ที่มีอาการปวดเรื้อรัง (Chronic Pain) บริเวณใบหน้า คอ หรือแขน ที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยา
- ผู้ที่มีกลุ่มอาการปวดรุนแรงเฉพาะที่ (CRPS) เช่น อาการปวดแสบปวดร้อนผิดปกติที่แขนหรือมือ
- ผู้ที่มีอาการปวดหลังจากงูสวัด (Post-herpetic Neuralgia) บริเวณใบหน้า คอ และแขน
- ผู้ที่มีไมเกรนหรือปวดศีรษะเรื้อรัง ในรายที่มีสาเหตุมาจากเส้นประสาทอัตโนมัติทำงานไวเกินไป
ขั้นตอนการรักษา
หัตถการนี้มีความปลอดภัยและแม่นยำสูง ใช้ระยะเวลาในการทำหัตถการประมาณ 30-45 นาที โดยมีขั้นตอนการรักษาดังนี้
- ผู้ป่วยนอนหงาย แพทย์จะฉีดยาชาเฉพาะที่ก่อนทำหัตถการ และสามารถใช้ยากล่อมประสาทร่วมด้วยเพื่อให้ผู้ป่วยรู้สึกผ่อนคลาย
- แพทย์ใช้ เครื่องอัลตราซาวด์นำทาง (Ultrasound-guided) เพื่อนำเข็มขนาดเล็กเข้าสู่ตำแหน่งปมประสาทสเตลเลตอย่างแม่นยำและปลอดภัยที่สุด
- ปล่อยคลื่นไฟฟ้า Pulsed RF เพื่อปรับการทำงานของเส้นประสาท พร้อมฉีดยาชาและยาสเตียรอยด์ปริมาณเล็กน้อยเพื่อเสริมประสิทธิภาพในการลดการอักเสบ
ผลลัพธ์ที่คาดหวังได้
- การระงับปวด: อาการปวดมักลดลงทันทีจากฤทธิ์ของยาชา และผลจากการปรับการทำงานของเส้นประสาทจะค่อยๆ ชัดเจนขึ้นภายใน 2 สัปดาห์
- ความยั่งยืน: ผลการรักษาสามารถอยู่ได้นาน 3-6 เดือน และมักให้ผลลัพธ์ดียิ่งขึ้นเมื่อทำซ้ำตามดุลยพินิจของแพทย์
- อาการข้างเคียงชั่วคราว: อาจมีอาการเปลือกตาตก (Ptosis) มีเหงื่อออกลดลงบริเวณใบหน้า เสียงแหบ กลืนลำบาก รู้สึกอุ่นบริเวณใบหน้า ปวดตึงหรือฟกช้ำเล็กน้อยบริเวณฉีดยา ซึ่งเป็นปฏิกิริยาปกติที่เกิดขึ้นชั่วคราวและจะหายไปเองภายในไม่กี่ชั่วโมง
การดูแลตัวเองหลังทำหัตถการ
- พักผ่อน: หลีกเลี่ยงกิจกรรมหนักในช่วง 24 ชั่วโมงแรก
- การใช้ชีวิตประจำวัน: สามารถกลับไปทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติในวันถัดไป
- อาการบริเวณที่ฉีด: หากมีอาการเจ็บเล็กน้อยบริเวณที่ทำหัตถการ สามารถประคบเย็นได้ โดยอาการจะดีขึ้นเองภายใน 1-2 วัน
การรักษาอาการปวดที่ Bangkok Interventional Clinic
เราให้ความสำคัญกับการรักษาเชิงลึก ที่ออกแบบให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
- ประเมินและรักษาโดยแพทย์เฉพาะทางด้านการระงับปวด
- หัตถการระงับปวดเฉพาะจุด เพื่อลดอาการได้อย่างรวดเร็ว
- การให้ความรู้แก่ผู้ป่วย เพื่อร่วมวางแผนการดูแลตนเองอย่างยั่งยืน
เรามีเป้าหมายในการยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกท่านที่เข้ามารับบริการให้ดีที่สุด หากคุณกำลังเผชิญกับอาการปวดที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน การประเมินที่ถูกต้อง และการรักษาที่เหมาะสม คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง
