จี้ไฟฟ้าบริเวณเส้นประสาทด้วยคลื่นความถี่วิทยุ
“หากคุณมีอาการปวดเรื้อรังที่รักษายาก ไม่ว่าจะเป็นอาการปวดใบหน้า ปวดคอ ปวดบ่า ปวดหลังล่าง ปวดสะโพก ปวดไหล่ หรือปวดเข่า และรักษาแบบเดิม เช่น การทานยา กายภาพบำบัด หรือการฉีดยาอาจช่วยได้ไม่เต็มที่ สำหรับผู้ที่มีอาการปวดเรื้อรัง การจี้ไฟฟ้าเส้นประสาทด้วยคลื่นความถี่วิทยุ (Radiofrequency Ablation - RFA) เป็นอีกทางเลือกการรักษาที่ช่วยระงับปวดในระยะยาว”

การจี้ไฟฟ้าเส้นประสาทคืออะไร?

การจี้ไฟฟ้าด้วยคลื่นความถี่วิทยุ (Radiofrequency ablation หรือ RFA) หรือที่เรียกว่า การทำลายเส้นประสาทด้วยคลื่นความถี่วิทยุ เป็นวิธีการรักษาโดยการใช้คลื่นวิทยุสร้างกระแสไฟฟ้าเพื่อให้เกิดความร้อนบริเวณปลายเข็มและส่งต่อไปยังบริเวณเล็ก ๆ ของเนื้อเยื่อเส้นประสาท ความร้อนที่เกิดขึ้นนี้จะทำลายส่วนนั้นของเส้นประสาท ทำให้ไม่สามารถส่งสัญญาณความปวดไปยังสมองได้ การจี้ไฟฟ้าด้วยคลื่นความถี่วิทยุสามารถช่วยบรรเทาอาการปวดเรื้อรังได้อย่างยาวนาน โดยเฉพาะบริเวณคอ หลังส่วนล่าง และข้อต่อที่มีภาวะข้ออักเสบ

เป้าหมายของการจี้ไฟฟ้าเส้นประสาทคือ

  • เพื่อหยุดหรือลดอาการปวด
  • เพื่อเพิ่มความสามารถในการใช้งานร่างกาย
  • เพื่อลดการใช้ยาบรรเทาปวด
  • เพื่อหลีกเลี่ยงหรือชะลอการผ่าตัด

ผู้ที่เหมาะกับการจี้ไฟฟ้าเส้นประสาท

  • ผู้ที่มีอาการปวดเรื้อรังที่เกิดจากโรคต่าง ๆ เช่น ข้อกระดูกสันหลังเสื่อม (spondylosis) และอาการปวดข้อต่อกระเบนเหน็บและอุ้งเชิงกราน (sacroiliac หรือ SI joint)
  • ผู้ที่มีอาการปวดบริเวณคอ หลัง ไหล่ และเข่าเรื้อรัง
  • ผู้ที่มีอาการปวดใบหน้าที่เกิดจากโรคเส้นประสาทไตรเจมินัล (trigeminal neuralgia)
  • ผู้ที่มีกลุ่มอาการปวดรุนแรงเฉพาะที่ (CRPS)
  • ผู้ที่มีอาการปวดหลังจากงูสวัด (Post-herpetic Neuralgia) บริเวณใบหน้า คอ และแขน
  • ผู้ที่มีไมเกรนหรือปวดศีรษะเรื้อรัง ในรายที่มีสาเหตุมาจากเส้นประสาทอัตโนมัติทำงานไวเกินไป
  • ผู้ที่รักษาด้วยยาแก้ปวดหรือกายภาพบำบัดแล้วไม่ดีขึ้น
  • ผู้ที่ต้องการลดการใช้ยาแก้ปวดและต้องการผลการรักษาที่ต่อเนื่องยาวนาน

ขั้นตอนการรักษา

  1. หัตถการนี้มีความปลอดภัยและแม่นยำสูง ใช้ระยะเวลาในการทำหัตถการประมาณ 45-60 นาที ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่แพทย์ทำการรักษา โดยมีขั้นตอนการรักษาดังนี้
  2. ผู้ป่วยนอนบนเตียงทำหัตถการในท่าที่ผ่อนคลาย และแพทย์อาจพิจารณาให้ยาคลายกังวลโดยวิสัญญีแพทย์ในรายที่จำเป็น
  3. แพทย์ใช้เครื่อง อัลตราซาวด์ (Ultrasound-guided) และ/หรือ เครื่องเอ็กซเรย์ฟลูออโรสโคป (fluoroscopic-guided) นำทางเพื่อยืนยันตำแหน่งเข็มและระบุตำแหน่งของเส้นประสาทอย่างแม่นยำแบบ Real-time และปลอดภัย
  4. แพทย์สอดอุปกรณ์จี้ไฟฟ้าไปยังตำแหน่งเส้นประสาทเป้าหมาย และส่งคลื่นความร้อนเพื่อระงับการทำงานของเส้นประสาทที่ส่งสัญญาณปวด โดยไม่กระทบต่อเส้นประสาทหลักที่ควบคุมการเคลื่อนไหว

ผลลัพธ์ที่คาดหวังจากการรักษา

  • การระงับปวดทันที: อาการปวดมักลดลงทันทีจากฤทธิ์ของยาชา และผลจากการปรับการทำงานของเส้นประสาทจะค่อยๆ ชัดเจนขึ้นภายใน 2-4 สัปดาห์
  • การระงับปวดในระยะยาว: สามารถลดอาการปวดได้ต่อเนื่องนานถึง 24 เดือน หรือมากกว่านั้น (ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล)
  • คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น: เมื่ออาการปวดลดลง ผู้ป่วยมักจะพบว่า องศาการเคลื่อนไหว (Range of Motion) และการทำงานของข้อโดยรวมดีขึ้น และช่วยให้ผู้ป่วยลดความถี่ในการรับประทานยาแก้ปวดลง
  • อาการข้างเคียงที่อาจพบ: หลังทำอาจมีความรู้สึกชาหรือด้านบริเวณที่แพทย์ทำหัตถการ ซึ่งเป็นผลชั่วคราวจากการยับยั้งการทำงานของเส้นประสาทรับความรู้สึก

คำแนะนำและการปฏิบัติตัวหลังทำหัตถการ

  • อาการระคายเคือง ระบม หรือปวดตึงเล็กน้อยบริเวณที่ทำหัตถการถือเป็นเรื่องปกติ ซึ่งมักจะทุเลาลงภายใน 1-3 วัน
  • หากมีอาการปวดสามารถรับประทานยาเพื่อลดปวดได้ตามคำแนะนำของแพทย์
  • หลังจากทําหัตถการสามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ 
  • หลีกเลี่ยงการขับรถ และทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรใน 12-24 ชั่วโมงแรกหลังทําหัตถการ 
  • งดการว่ายน้ำ แช่ในน้ำอุ่นหรือร้อน เป็นเวลา 1 สัปดาห์
  • สามารถกลับไปทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติในวันถัดไป แต่ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ใช้แรงหรือการออกกำลังกายหนักชั่วคราวในช่วงสัปดาห์แรกเพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวอย่างสมบูรณ์

ข้อควรระวังและกลุ่มเสี่ยง

กลุ่มบุคคลต่อไปนี้ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มการรักษา:

  • ผู้ที่มีประวัติแพ้ยาชาเฉพาะที่ หรือสเตียรอยด์
  • ผู้ที่อยู่ในระหว่างการตั้งครรภ์ และให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีภาวะเลือดออกง่าย หรือแข็งตัวช้า (รวมถึงผู้ที่ทานยาละลายลิ่มเลือด หรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด)
  • ผู้ที่มีภาวะติดเชื้อ (ทั่วร่างกายหรือที่บริเวณจุดฉีดยา) หรือมีไข้
  • ผู้ที่มีภาวะทางการแพทย์ที่ไม่คงที่ เช่น โรคเบาหวานที่ไม่สามารถควบคุมได้ (สเตียรอยด์สามารถทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงขึ้นได้) โรคความดันโลหิตสูงที่ไม่สามารถควบคุมได้ หรือภาวะหัวใจวายรุนแรง เป็นความเสี่ยงในการรักษา

รักษาอาการปวดที่ Bangkok Interventional Clinic

เราให้ความสำคัญกับการรักษาเชิงลึก ที่ออกแบบให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
  • ประเมินและรักษาโดยแพทย์เฉพาะทางด้านการระงับปวด
  • หัตถการระงับปวดเฉพาะจุด เพื่อลดอาการได้อย่างรวดเร็ว
  • การให้ความรู้แก่ผู้ป่วย เพื่อร่วมวางแผนการดูแลตนเองอย่างยั่งยืน

เรามีเป้าหมายในการยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกท่านที่เข้ามารับบริการให้ดีที่สุด หากคุณกำลังเผชิญกับอาการปวดที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน การประเมินที่ถูกต้อง และการรักษาที่เหมาะสม คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง Bangkok Interventional Clinic  – คลินิกดูแลอาการปวดและเส้นประสาท โดยแพทย์เฉพาะทาง

หัตถการอื่นๆ

Bangkok Interventional Clinic

ขอบคุณที่ติดต่อเรา

ทีมงาน Bangkok Interventional Clinic
ได้รับข้อความของคุณเรียบร้อยแล้ว
และจะรีบติดต่อกลับโดยเร็วที่สุด

ปิดอัตโนมัติใน 5 วินาที