โรคไฟโบรมัยอัลเจีย (Fibromyalgia) คือภาวะปวดเรื้อรังที่ส่งผลต่อระบบกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น และเนื้อเยื่ออ่อนทั่วร่างกาย บริเวณที่พบบ่อยเช่น ศีรษะ คอ บ่า และหลัง บางรายปวดทั้งตัว มักมีอาการปวดตื้อๆ นานกว่า 3 เดือน นอกจากอาการปวดอาจมีอาการร่วมอื่นๆเช่น อ่อนเพลีย นอนหลับไม่สนิท สมาธิและความจำถดถอยเป็นต้น ส่วนใหญ่พบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย และพบมากในวัยกลางคน
สาเหตุของการเกิดโรค
ในปัจจุบันจะยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัดของการเกิดโรคไฟโบรมัยอัลเจีย แต่นักวิจัยเชื่อว่าเกิดจากหลายปัจจัยรวมกัน ดังนี้
- เกิดจากการส่งสัญญาณความเจ็บปวดที่ผิดปกติ: ผู้ป่วยมีความเปลี่ยนแปลงในการทำงานของ ระบบประสาทส่วนกลาง (สมอง, ไขสันหลัง และเส้นประสาท) ในการประมวลผลสัญญาณความเจ็บปวด ซึ่งอาจเกิดจากสารเคมีในระบบประสาทเปลี่ยนแปลงไป หรือความไวต่อความรู้สึกที่เพิ่มขึ้น
- เกิดจากปัจจัยกระตุ้น: โรคไฟโบรมัยอัลเจียมักถูกกระตุ้นโดยเหตุการณ์ที่สร้างความเครียดอย่างรุนแรงต่อร่างกายหรือจิตใจ เช่น การบาดเจ็บรุนแรง การติดเชื้อ การผ่าตัดใหญ่ ความกระทบกระเทือนทางจิตใจอย่างรุนแรง เป็นต้น
- เกิดจากโรคที่มักพบร่วมกัน: บางภาวะหรือบางโรคเป็นปัจจัยกระตุ้นของโรคไฟโบรมัยอัลเจียเช่น โรคไมเกรน โรคปวดกล้ามเนื้อมัยโอฟาสเชี่ยล (Myofascial Pain Syndrome: MPS) โรคข้ออักเสบ ความผิดปกติของข้อต่อขากรรไกร เป็นต้น
แนวทางการรักษา
- การออกกำลังกาย เพื่อลดอาการปวด ลดความเหนื่อยล้า และเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ทั้งนี้ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการออกกำลังกายเพื่อปรับท่าทางในการออกกำลังกายให้เหมาะสม
- การบำบัดด้วยวิธีต่าง ๆ เช่น กายภาพบำบัด จิตบำบัด การทำสมาธิ เป็นต้น
- การรักษาด้วยยา ตามแผนการรักษาของแพทย์เพื่อลดอาการปวด เกร็งกล้ามเนื้อ และเพื่อปรับสัญญาณประสาทความปวด
- การรักษาด้วยหัตถการทางการแพทย์ สามารถนำมาใช้ร่วมกับการรักษาอื่นๆข้างต้น ได้แก่
- การให้ยาทางเส้นเลือด เช่น การให้ยาเคตามีนทางหลอดเลือดดำ ยาลิโดเคนทางหลอดเลือดดำ
- การฉีดยาชา +/- สเตียรอยด์เข้ากล้ามเนื้อเฉพาะจุด
- การบล็อกเส้นประสาทส่วนปลายในบริเวณที่มีอาการปวด
วิธีการป้องกัน
เนื่องจากยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของโรคไฟโบรมัยอัลเจีย จึงไม่สามารถป้องกันการเกิดโรคได้อย่างเด็ดขาด อย่างไรก็ตาม เราสามารถป้องกันไม่ให้อาการกำเริบและรุนแรงได้ดังนี้
- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้กล้ามเนื้อแข็งแรงและยืดหยุ่น
- จัดการความเครียด ผ่านการทำกิจกรรมต่างๆเช่น การฝึกเทคนิคผ่อนคลาย การทำสมาธิ การฝึกสติ เป็นต้น
- หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น เช่น หลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้เกิดความเครียด หรือการใช้งานร่างกายที่มากเกินไป เป็นต้น
หากคุณกำลังรับการรักษากับแพทย์ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ “ความต่อเนื่องและการปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด” เพื่อป้องกันไม่ให้อาการกลับมาแย่ลงหรือเกิดภาวะกำเริบ และไม่ควรปรับหรือลดขนาดยาเอง เนื่องจากยาบางชนิดต้องใช้เวลาในการออกฤทธิ์ หรือต้องค่อยๆ ปรับลดระดับยาเพื่อป้องกันการเกิดผลข้างเคียงจากยา
- บทความจากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล (ภาษาไทย) วิมลวรรณ วัฒนวิทวัส. (ม.ป.ป.). โรคไฟโบรมัยอัลเจีย (Fibromyalgia). คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล. https://www.si.mahidol.ac.th/th/department/rehabilitation/admin/news_files/160_18_1.pdf
- เว็บไซต์ NHS (ภาษาอังกฤษ) NHS. (2024, February 20). Causes: Fibromyalgia. https://www.nhs.uk/conditions/fibromyalgia/causes/
- เว็บไซต์ Versus Arthritis (เดิมคือ Arthritis UK) Versus Arthritis. (n.d.). Fibromyalgia. https://www.arthritis-uk.org/information-and-support/understanding-arthritis/conditions/fibromyalgia/
