อาการปวดจากการบาดเจ็บ ที่ไม่ควรปล่อยไว้จนกลายเป็นอักเสบเรื้อรัง

รูปภาพของ BIC PAIN Clinic

BIC PAIN Clinic

บทความโดย

อาการบาดเจ็บที่ดูเหมือนเล็กน้อย หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รีบรักษาหรือใช้งานซ้ำโดยไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่กล้ามเนื้อและอักเสบได้โดยไม่รู้ตัว  เมื่อเกิดการอักเสบแล้ว มักต้องใช้ระยะเวลาในการรักษานานขึ้น และอาจส่งผลกระทบต่อการทำงานหรือดำเนินชีวิต ดังนั้นดูแลการบาดเจ็บตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการใช้งานกล้ามเนื้อและเอ็นเกินขีดจำกัด จึงเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันการอักเสบและภาวะเรื้อรังในระยะยาว

  • กล้ามเนื้ออักเสบ เป็นภาวะที่มีการอักเสบของกล้ามเนื้อมักมีอาการปวดและกดเจ็บบริเวณกล้ามเนื้อ ซึ่งอาการอาจรุนแรงขึ้นเมื่อมีการเคลื่อนไหว หรือเมื่อกดลงบนกล้ามเนื้อที่ได้รับผลกระทบ พบบ่อยบริเวณไหล่ สะโพก และต้นขา
  • เส้นเอ็นอักเสบ เป็นภาวะที่มีการอักเสบของเส้นเอ็นซึ่งเป็นเนื้อเยื่อเส้นใยหนาที่ทำหน้าที่ยึดกล้ามเนื้อเข้ากับกระดูก ภาวะนี้ทำให้เกิดอาการปวดและกดเจ็บบริเวณรอบ ๆ ข้อต่อ เอ็นอักเสบสามารถเกิดขึ้นได้กับเส้นเอ็นทุกตำแหน่ง พบบ่อยที่สุดบริเวณหัวไหล่ ข้อศอก ข้อมือ เข่า และส้นเท้า


สาเหตุหลักของกล้ามเนื้อและเอ็นอักเสบ

  • การใช้งานมากเกินไปและการเคลื่อนไหวซ้ำ ๆ : การทำท่าทางเดิมซ้ำ ๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น จากการเล่นกีฬา การทำงาน หรือกิจกรรมยามว่าง เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของกล้ามเนื้อและเอ็นอักเสบ
  • การบาดเจ็บเฉียบพลันอย่างกะทันหัน : การเคลื่อนไหวที่รุนแรงหรือฉับพลัน เช่น การยกของหนักผิดท่า การลื่นล้ม หรือการกระโดด อาจทำให้เส้นใยกล้ามเนื้อฉีกขาดหรือทำให้เอ็นบาดเจ็บได้
  • ท่าทางหรืออุปกรณ์ที่ไม่เหมาะสม : การใช้ท่าทางที่ไม่ถูกต้องระหว่างการออกกำลังกาย (เช่น เทนนิส วิ่ง ว่ายน้ำ) หรือการใช้สถานที่ทำงานที่ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ไม่เหมาะสม อาจนำไปสู่การบาดเจ็บ ทำให้เกิดกล้ามเนื้อหรือเอ็นอักเสบได้
  • อายุและสภาพร่างกาย : เมื่ออายุมากขึ้นเอ็นจะสูญเสียความยืดหยุ่น ทำให้มีความยืดหยุ่นลดลงและเสี่ยงต่อการบาดเจ็บได้ง่ายขึ้น
  • ความไม่สมดุลของกล้ามเนื้อ : การขาดความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหรือกล้ามเนื้อทำงานไม่สมดุลกัน อาจทำให้กล้ามเนื้อหรือเอ็นบางส่วนต้องรับแรงมากเกินไป
  • โรคประจำตัวบางชนิด : โรคบางอย่าง เช่น ลูปัส หรือโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ อาจมีส่วนทำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหรือเอ็นอักเสบได้

 

แนวทางในการรักษา


โดยทั่วไปจะใช้วิธีการรักษาร่วมกันหลายรูปแบบ โดยมีเป้าหมายเพื่อลดการอักเสบ ควบคุมอาการ และเสริมสร้างความแข็งแรงและการทำงานของกล้ามเนื้อ แนวทางการรักษาที่ใช้บ่อย ได้แก่

การใช้ยา เช่นยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) ยาคลายกล้ามเนื้อ และยาแก้ปวด เพื่อลดอาการปวด
และการอักเสบ

การทำกายภาพบำบัด เพื่อช่วยเพิ่มความแข็งแรง ความยืดหยุ่น และการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิต การปรับท่าทางการทำงานที่ถูกต้อง การพักผ่อนให้เพียงพอ
การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และการหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้อาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงหรืออ่อนล้าแย่ลง 

การทำหัตถการระงับปวด อาจพิจารณาในผู้ป่วยที่ยังคงมีอาการ แม้ได้รับการรักษาแบบอนุรักษ์นิยมอย่างเหมาะสมแล้ว แนวทางที่สามารถเลือกใช้ ได้แก่

  • การฉีดยารอบเอ็นภายใต้การนำด้วยอัลตราซาวด์ โดยอาจใช้ยาชาร่วมกับยาสเตียรอยด์ หรือใช้เกล็ดเลือดเข้มข้น
  • การฉีดยาที่จุดกดเจ็บ 
  • การฝังเข็ม 

 

การป้องกันการบาดเจ็บต่อกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น 

  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้กล้ามเนื้อและเอ็นต้องรับแรงมากเกินไป โดยเฉพาะการทำเป็นเวลานาน หากมีอาการปวดขณะออกกำลังกาย ควรหยุดและพักทันที
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และหมั่นยืดเหยียดกล้ามเนื้อทั้งก่อนและหลังออกกำลังกายเป็นประจำ
  • ปรับท่าทางการเคลื่อนไหวในการทำกิจกรรมหรือการออกกำลังกายให้ถูกต้องตามหลักสรีรศาสตร์ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อและเอ็น
  • จัดท่าทางการทำงานให้เหมาะสม เช่น จัดวางเก้าอี้ แป้นพิมพ์ และโต๊ะทำงานให้เหมาะสมกับส่วนสูง ความยาวแขน และลักษณะงานที่ทำ เพื่อช่วยลดความเครียดต่อข้อต่อและเอ็น
  • เสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อและเอ็นสามารถรับแรงได้ดีขึ้น

 

อ้างอิง

  •  Williams, J. (2566). ทำความรู้จักกับกล้ามเนื้ออักเสบ: อาการ สาเหตุ และการรักษา. International Journal of Clinical Skills, 17(4), 1-2. https://www.openaccessjournals.com/articles/understanding-myositis-symptoms-causes-and-treatment.pdf
  • Mayo Clinic Staff. (2566, ธันวาคม 14). เอ็นอักเสบ (Tendinitis): อาการและสาเหตุ. Mayo Foundation for Medical Education and Research. https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/tendinitis/symptoms-causes/syc-20378243



การรักษาอาการปวดที่ Bangkok Interventional Clinic

เราให้ความสำคัญกับการรักษาเชิงลึก ที่ออกแบบให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

  • ประเมินและรักษาโดยแพทย์เฉพาะทางด้านการระงับปวด
  • หัตถการระงับปวดเฉพาะจุด เพื่อลดอาการได้อย่างรวดเร็ว
  • การให้ความรู้แก่ผู้ป่วย เพื่อร่วมวางแผนการดูแลตนเองอย่างยั่งยืน

เรามีเป้าหมายในการยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกท่านที่เข้ามารับบริการให้ดีที่สุด หากคุณกำลังเผชิญกับอาการปวดที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน การประเมินที่ถูกต้อง และการรักษาที่เหมาะสม คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง

Bangkok Interventional Clinic – คลินิกดูแลอาการปวดและเส้นประสาท โดยแพทย์เฉพาะทาง

 

แชร์บทความนี้

บทความแนะนำ

Bangkok Interventional Clinic

ขอบคุณที่ติดต่อเรา

ทีมงาน Bangkok Interventional Clinic
ได้รับข้อความของคุณเรียบร้อยแล้ว
และจะรีบติดต่อกลับโดยเร็วที่สุด

ปิดอัตโนมัติใน 5 วินาที